ผลต่อการเติบโตและนโยบายของเฟด
ตัวเลข ISM ภาคบริการเดือนมีนาคมที่ 54 ยังสื่อว่ากิจกรรมเศรษฐกิจขยายตัว แต่ต่ำกว่าที่คาด 55 สะท้อนว่าภาคบริการซึ่งเป็นภาคใหญ่ของเศรษฐกิจอาจเริ่มชะลอ จึงควรปรับมุมมองต่อเส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด: ธนาคารกลางของสหรัฐ) เพราะข้อมูลนี้ลดแรงกดดันให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยแรง ตัวเลขนี้สอดคล้องกับรายงานการจ้างงานล่าสุดที่ชี้ว่า Non-Farm Payrolls (จำนวนงานที่เพิ่มขึ้นนอกภาคเกษตร) ชะลอลงมาอยู่ที่ 195,000 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 215,000 แต่รายงาน CPI ล่าสุดยังบอกว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ยังลดลงยาก อยู่ที่ 2.8% ทำให้เฟดอยู่ระหว่าง “การเติบโตชะลอ” กับ “เงินเฟ้อยังสูง” ข้อมูลที่ขัดกันเช่นนี้เพิ่มโอกาสที่ตลาดจะผันผวนในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่าการเตรียมรับดอกเบี้ยที่ต่ำลงมีความเหมาะสม ข้อมูลนี้ชี้ว่าตลาดพันธบัตรอาจให้โอกาส “ขึ้นดอกเบี้ยต่อ” สูงเกินจริง เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในช่วงปลายปี 2025 เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury: พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) ปรับขึ้นแรง ดังนั้นเราจึงมองการใช้ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) บนกองทุน ETF พันธบัตร (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) และการถือ “สถานะซื้อ” (long: คาดว่าราคาจะขึ้น) ในสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาล (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) สำหรับดัชนีหุ้น ทิศทางยังไม่ชัด จึงเป็นโอกาสของผู้เทรดออปชัน เศรษฐกิจชะลออาจกดดันกำไรบริษัท ทำให้ “พุทออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง” (protective put: สิทธิขายเพื่อกันพอร์ตจากราคาตก) บน S&P 500 ดูน่าสนใจ ขณะเดียวกัน หากเฟดมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น (dovish: เน้นผ่อนคลาย ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย) ก็อาจช่วยหุ้นเติบโต จึงควรระมัดระวังแต่ไม่จำเป็นต้องมองลบสุดโต่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอน เราเห็นประโยชน์ในตราสารที่อิงความผันผวน (volatility-linked derivatives: สัญญาที่ราคาเคลื่อนไหวตามความผันผวนของตลาด) ปัจจุบัน VIX (ดัชนีความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐ) อยู่ที่ราว 15 ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ จึงมีต้นทุนไม่สูงในการซื้อการป้องกันความเสี่ยงจากตลาดปรับลง เราพิจารณาซื้อคอลออปชันบน VIX เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets