ผลต่อแนวโน้มนโยบายของเฟด
ข้อมูล ISM ภาคบริการเดือนมีนาคมออกมาที่ 54 ต่ำกว่าคาดการณ์ 55 และบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังขยายตัวช้าลง การต่ำกว่าคาดนี้ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ “เฟด”) จะไม่อยากขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมถัดไปมากนัก ตอนนี้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยเฟด (Fed Funds futures: สัญญาที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต) กำลังสะท้อนความเป็นไปได้ 65% ที่จะ “ลดดอกเบี้ย” ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 50% เมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยทรงตัวหรืออาจลดลง กลยุทธ์ที่อาจได้ประโยชน์คือ “ถือสถานะซื้อ” (long: ได้กำไรเมื่อราคาปรับขึ้น) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุปานกลาง (Treasury note futures: สัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงราคาพันธบัตรรัฐบาล) นอกจากนี้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) บนกองทุน ETF พันธบัตร เช่น TLT ก็อาจน่าสนใจ เพราะ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) อาจสูงขึ้น เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนลงก่อนที่พันธบัตรรัฐบาลจะปรับขึ้นแรง การชะลอตัวของภาคบริการอาจกดดัน “คาดการณ์กำไรของบริษัท” และเพิ่มความเสี่ยงต่อหุ้น ดัชนี VIX (ดัชนีความกลัว: ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ของหุ้นสหรัฐฯ) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 17.5 จากระดับต่ำ 15 เมื่อเดือนที่แล้ว อาจพิจารณาซื้อ “พุทออปชัน” (protective put: ออปชันสิทธิขายเพื่อประกันความเสี่ยงขาลง) บนดัชนีหลักอย่าง S&P 500 หรือ Nasdaq 100การวางตำแหน่งรับดอลลาร์อ่อนค่า
ข้อมูลนี้ยังทำให้เหตุผลที่ดอลลาร์จะแข็งค่าดูอ่อนลง เพราะเมื่อคาดว่าดอกเบี้ยจะต่ำลง เงินสกุลนั้นมักน่าดึงดูดน้อยลง ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีที่วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) ร่วงลงต่ำกว่า “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน” (50-day moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 วัน ใช้ดูแนวโน้ม) เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน นี่อาจเป็นจังหวะเพื่อวางตำแหน่งรับดอลลาร์อ่อนต่อ ผ่าน “คอลออปชัน” (call options: สิทธิซื้อ ได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับขึ้น) บนค่าเงินอย่างยูโรหรือฟรังก์สวิส
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets