ปฏิกิริยาของตลาดและบริบทล่าสุด
ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าว น้ำมันดิบ WTI ปรับลง 0.50% ในวันนั้นมาอยู่ที่ 103.32 ดอลลาร์ เรายังจำคำเตือนที่ร้อนแรงจากปีที่แล้วได้ เมื่อการข่มขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเกิดขึ้นบ่อย และน้ำมันซื้อขายสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความตึงเครียดเหล่านั้นทำให้เกิด “ค่าความเสี่ยง” ที่ถูกใส่เพิ่มเข้าไปในราคา (หมายถึงราคาน้ำมันแพงขึ้นเพราะตลาดกังวลว่าเหตุการณ์การเมืองอาจกระทบอุปทาน) ความผันผวนที่ผ่านมาเป็นเครื่องเตือนว่า ตลาดสามารถตอบสนองต่อถ้อยแถลงทางการเมืองในตะวันออกกลางได้เร็ว สำหรับผู้เทรด “ตราสารอนุพันธ์” (เครื่องมือการเงินที่ราคาอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น น้ำมัน) ตัวชี้วัดสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของ “ความผันผวนโดยนัย” หรือ implied volatility (ค่าที่ตลาดใช้คาดความผันผวนในอนาคตจากราคาประกันความเสี่ยง) ดัชนีความผันผวนน้ำมันดิบของ CBOE (OVX) ขยับขึ้นมาแถว 34 จากระดับต่ำ 27 ในเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนว่าตลาด “ออปชัน” (สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) เริ่มประเมินโอกาสการเคลื่อนไหวแรงมากขึ้น นั่นทำให้ค่าประกันความเสี่ยงแพงขึ้นผ่านทั้ง “พุต” และ “คอล” (พุตคือสิทธิในการขายเพื่อกันราคาลง, คอลคือสิทธิในการซื้อเพื่อกันราคาขึ้น)การวางแผนรับความเสี่ยงเหตุการณ์รุนแรง
จากภาพรวมนี้ เราเห็นว่าผู้เทรดควรพิจารณากลยุทธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากราคาพุ่งขึ้นฉับพลัน หากการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางที่น้ำมันโลกประมาณ 1 ใน 5 ไหลผ่าน) ถูกรบกวน ราคาน่าจะพุ่งแรง การซื้อ “คอลออปชันแบบนอกเงิน” หรือ out-of-the-money (คอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เป็นประกันหากราคาพุ่ง) สำหรับช่วงฤดูร้อน อาจเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงที่คุ้มค่า เราเคยเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน เช่น การโจมตีโรงงานในซาอุดีอาระเบียปี 2019 เมื่อ “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI” (ฟิวเจอร์ส: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) กระโดดขึ้นเกือบ 15% ข้ามคืน แม้ตอนนี้ตลาดดูสงบ แต่การที่อุปทานตึงตัวและความตึงเครียดทางการเมืองยังคงอยู่ ทำให้สถานการณ์เปราะบาง ตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงของการกลับไปสู่ระดับราคาปีที่แล้วต่ำเกินไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets