ทองคำเป็นแหล่งเก็บมูลค่า
ทองคำถูกใช้มานานเพื่อเก็บมูลค่าและใช้แลกเปลี่ยน และมักถูกซื้อเมื่อเกิดความตึงเครียดในตลาด (ช่วงที่การลงทุนผันผวนหรือมีความไม่แน่นอนสูง) นอกจากนี้ยังใช้เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าโดยรวมสูงขึ้นทำให้เงินมีค่าลดลง) และจากค่าเงินอ่อน (ค่าเงินของประเทศลดลงเมื่อเทียบกับสกุลอื่น) ธนาคารกลางเป็นผู้ถือทองรายใหญ่ และอาจซื้อทองเพื่อกระจายความเสี่ยงของเงินสำรอง (ไม่พึ่งพาสินทรัพย์ชนิดเดียว) ในปี 2022 ธนาคารกลางเพิ่มการถือครองทองอีก 1,136 ตัน มูลค่าประมาณ 70 พันล้านดอลลาร์ เป็นการซื้อรายปีสูงสุดเท่าที่มีบันทึก ราคาทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) ทองยังอาจเปลี่ยนตามอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศ) ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (เศรษฐกิจหดตัว) และการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองถูกตั้งราคาเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำต่อดอลลาร์สหรัฐ) แม้ราคาทองในริงกิตมาเลเซียจะลดลงเล็กน้อย แต่มองว่าเป็นความผันผวนระยะสั้นในแนวโน้มขาขึ้นที่ใหญ่กว่า ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตามคือแรงขับจากตลาด เช่น ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ ผู้เทรดอนุพันธ์ (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) ควรดูตัวชี้วัดภาพใหญ่เหล่านี้มากกว่าการแกว่งรายวันของสกุลเงินเดียวมุมมองการเทรดและกลยุทธ์
การเปลี่ยนท่าทีไปทางผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ (dovish pivot: ส่งสัญญาณลดความเข้มงวด อาจลดดอกเบี้ยหรือชะลอการขึ้นดอกเบี้ย) ซึ่งเห็นชัดขึ้นหลังการประชุมเดือนมีนาคม 2026 สำคัญต่อแนวโน้มทองคำ ทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยลดลง ทองจะน่าสนใจขึ้นเพราะ “ต้นทุนโอกาส” (โอกาสในการได้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย) ของการถือทองลดลง สภาพแวดล้อมนี้ทำให้การซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคากำหนดภายในเวลาที่กำหนด) หรือเปิดสถานะซื้อในสัญญาฟิวเจอร์ส (long futures: ทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) อาจเหมาะในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ไม่ควรมองข้ามอุปสงค์จากธนาคารกลางที่ยังสูง ซึ่งช่วยพยุงราคา (ทำให้ราคามีแนวรับ) โดยในปี 2023 มีการเพิ่มถือครองเป็นสถิติ 1,037 ตัน และยังแรงต่อเนื่องในปี 2024 และ 2025 โดยประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เป็นผู้ซื้อหลัก แรงซื้อสม่ำเสมอนี้ทำให้การปรับลงแรง ๆ มักถูกมองเป็นโอกาสเข้าซื้อของสถาบันใหญ่ ความสัมพันธ์สวนทางกับดอลลาร์สหรัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญ ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: ค่าของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ล่าสุดลงต่ำกว่า 102 เมื่อความคาดหวังการลดดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อทอง โดยทองซื้อขายใกล้ 2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐไตรมาส 1 ปี 2026 ยังเหนียวอยู่ราว 3.1% (ลดลงยาก) ทำให้บทบาททองในฐานะตัวป้องกันเงินเฟ้อยังช่วยหนุนราคา ความผันผวนโดยนัยของออปชันทอง (implied volatility: ค่าที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาจะผันผวนมากแค่ไหนจากราคาออปชัน) อยู่ในระดับสูง เพราะความไม่แน่นอนในหลายพื้นที่ทั่วโลก ผู้เทรดอาจพิจารณากลยุทธ์อย่าง bull call spread (ซื้อคอลและขายคอลอีกอันที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) เพื่อหวังผลจากราคาขึ้น พร้อมกำหนดความเสี่ยงและจำกัดต้นทุนเริ่มต้น วิธีนี้ช่วยร่วมรับโอกาสขึ้นของราคาและควบคุมความเสี่ยงในตลาดที่ผันผวน สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets