คำขาดตะวันออกกลางและความผันผวนของตลาด
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขาดต่ออิหร่าน เตือนว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนอื่น ๆ หากยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) เขากำหนดเส้นตายวันอังคารเวลา 20:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธคำขาด และยังโจมตีทรัพย์สินด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลางต่อไป ตลาดยิ่งคาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” (Federal Reserve: หน่วยงานกำหนดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ) จะเลื่อนการลดดอกเบี้ย และอาจสะท้อนต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นปลายปีนี้ หากเงินเฟ้อยังสูงต่อเนื่อง ความสนใจหันไปที่รายงานการประชุม FOMC (FOMC Meeting Minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุมคณะกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐฯ) เพื่อดูแนวโน้มนโยบาย ธนาคารกลางอังกฤษคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของอังกฤษ) ไว้ที่ 3.75% ในเดือนมีนาคม โดยหยุดการผ่อนคลาย เพราะเสี่ยงเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ธนาคารกลางยุโรประบุว่านโยบายจะยัง “ตึงตัว” จนกว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2%เงินเฟ้อจากพลังงานและข้อจำกัดของธนาคารกลาง
ประเด็นหลักคือแรงกระแทกเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ที่มาจากความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของอุปทานโลก สิ่งนี้ทำให้เฟดและธนาคารกลางอื่น ๆ ต้องคงท่าที “เข้มงวด” (hawkish: เน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) และชะลอการลดดอกเบี้ยที่เคยคาดไว้ สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงจะกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่างเงิน จึงอธิบายความอ่อนแอของราคาแม้โลกตึงเครียด ภาพนี้คล้ายกับช่วงที่ผ่านมา หลายคนจำได้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้า/บริการ) หลังโควิดเคยขึ้นเกิน 9% ในปี 2022 และความกลัวว่าจะกลับมาอีกกำลังกำหนดทิศทางนโยบายตอนนี้ คล้ายปี 2024 ตลาดต้องรีบปรับมุมมอง จากเคยคาดว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน (monetary policy: การกำหนดดอกเบี้ยและสภาพคล่องโดยธนาคารกลาง) ในสถานการณ์นี้ ทองคำอาจทำได้ดีกว่าเงิน เพราะนักลงทุนเลือกสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุด มากกว่าสินทรัพย์ที่มีการใช้ในอุตสาหกรรมสูงอย่างเงิน ควรจับตาอัตราส่วนทองต่อเงิน (Gold-Silver Ratio: ราคาทองหารด้วยราคาเงิน) ซึ่งน่าจะกว้างขึ้น และอาจเป็นโอกาสเทียบมูลค่า (relative value: เทียบความแพง/ถูกระหว่างสินทรัพย์) เช่น “ขายเงิน” เทียบกับ “ซื้อทอง” ย้อนดูความปั่นป่วนปี 2020 อัตราส่วนนี้เคยพุ่งเกิน 120 และอาจเข้าใกล้ระดับนั้นอีก การพูดถึงการขายทิ้งแบบจำเป็นสะท้อนว่าเทรดเดอร์อาจถูกบังคับเพิ่มเงินประกัน (margin call: โบรกเกอร์เรียกเงินเพิ่มเมื่อขาดทุนมาก) จึงขายสถานะที่ยังมีกำไรอย่างเงินเพื่อหาเงินสด ทำให้เกิดแรงขายต่อเนื่องและกดราคาต่ำกว่าที่ปัจจัยพื้นฐาน (fundamentals: ข้อมูลเศรษฐกิจ/อุปสงค์อุปทาน) บอกไว้ การซื้อออปชันขายแบบไกลราคา (out-of-the-money put options: สิทธิขายที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาปัจจุบัน) เป็นวิธีต้นทุนต่ำเพื่อเก็งว่าขาลงจะเร่งตัวในระยะใกล้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets