โครงสร้างคลื่นและมุมมองระยะสั้น
หลังจากนั้น QQQ ปรับขึ้นในคลื่น ((3)) แต่ยังต้องทะลุเหนือ $637.01 เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เป็นการพักฐานซ้ำ (double correction: การย่อแบบซ้อนอีกครั้ง) จาก $555.55 คลื่น ((i)) ขึ้นถึง $564.45 คลื่น ((ii)) ย่อลงไปที่ $557.86 และคลื่น ((iii)) ขึ้นไปที่ $587.74 คลื่น ((iv)) ย่อลงมาที่ $582.33 คาดว่าจะมีการขึ้นต่อเพื่อสร้างคลื่น ((v)) และจบคลื่น 1 ในระดับที่ใหญ่กว่า (larger degree: ระดับคลื่นที่ใหญ่กว่าในโครงสร้างเดียวกัน) หลังจากนั้นคาดว่าคลื่น 2 จะย่อกลับ (retracement: การย่อตัวคืนบางส่วนของช่วงที่ขึ้นมา) จากจุดต่ำวันที่ 31 มีนาคม ก่อนที่แนวโน้มขึ้นจะไปต่อ ระยะสั้น หาก $555.47 ยังอยู่ การย่ออาจเจอแนวรับ (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) ในรูปแบบแกว่ง 3 หรือ 7 สวิง (swings: ช่วงขึ้น-ลงย่อยของราคา) เรากำลังติดตามการฟื้นตัวของตลาดจากจุดต่ำของการพักฐานที่ $555.55 ที่ทำไว้ต้นปีนี้ หากย้อนดู QQQ ทำจุดสูงสุดวันที่ 29 ตุลาคม 2025 และการย่อหลังจากนั้นเหมือนกำลังสร้างฐานที่แข็งแรง (base: ช่วงสะสมกำลัง/พักตัวเพื่อขึ้นต่อ) สำหรับการปรับขึ้นรอบใหญ่ครั้งถัดไป รูปแบบนี้บอกเป็นนัยว่าแนวโน้มหลัก (primary trend: แนวโน้มใหญ่) กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดช่วยหนุนมุมมองขาขึ้น ทำให้แนวคิดเรื่องคลื่นขาขึ้นรอบใหม่ดูมีน้ำหนักมากขึ้น รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index, CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) เดือนมีนาคม 2026 แสดงว่าเงินเฟ้อเย็นลงมาอยู่ที่ 2.8% ต่อปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย และทำให้ตลาดหวังว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) อาจผ่อนคลายนโยบายการเงิน (more accommodative stance: ท่าทีที่เอื้อต่อดอกเบี้ยต่ำ/สภาพคล่องมากขึ้น) ในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีที่สะท้อนความกลัว/ความผันผวนที่ตลาดคาด) ลดลงต่ำกว่า 15 บ่งชี้ว่านักลงทุนกังวลน้อยลง และทำให้ค่าเบี้ยประกันของออปชัน (options premiums: ราคา/ค่าพรีเมียมของสัญญาออปชัน) ถูกลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผันผวนสูงการวางสถานะออปชันและระดับสำคัญ
สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) สภาพแวดล้อมนี้ชี้ว่าอาจใช้จังหวะย่อเป็นโอกาสซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิ) หรือทำบูลคอลสเปรด (bull call spreads: กลยุทธ์ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวเพื่อจำกัดต้นทุนและกำไร) การพักตัวย่อยที่คาดไว้คือคลื่น 2 ควรมองเป็นโอกาสเปิดสถานะฝั่งซื้อ (long positions: ถือเพื่อหวังราคาขึ้น) ที่ราคาดี ก่อนเริ่มขาขึ้นรอบถัดไป รูปแบบนี้คล้ายช่วงครึ่งแรกปี 2023 ที่การย่อตื้นๆ ถูกซื้อกลับอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มวัฏจักรขาขึ้น (bull cycle: ช่วงที่แนวโน้มใหญ่เป็นขาขึ้น) ระดับที่ต้องจับตาคือจุดหมุน (pivot: ระดับสำคัญที่มักเป็นจุดกลับทิศ/ยืนยันแนวรับแนวต้าน) ที่ $555.47 ซึ่งเป็นจุดต่ำสำคัญล่าสุด การขายพุทสเปรดเครดิตนอกเงิน (out-of-the-money put credit spreads: ขายสเปรดพุทที่ราคาใช้สิทธิอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อรับพรีเมียม) โดยใช้ราคาใช้สิทธิ (strike prices: ราคาที่ใช้สิทธิในสัญญาออปชัน) ต่ำกว่าระดับนี้ อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรับพรีเมียม (collect premium: รับค่าพรีเมียมเข้ามา) โดยอาศัยความคาดหวังว่าแนวรับนี้จะยังอยู่ ตราบใดที่ “พื้น” นี้ไม่หลุด (floor remains intact: แนวรับยังไม่แตก) ทิศทางที่เป็นไปได้มากกว่าคือขึ้นต่อ (path of least resistance: ทิศที่ราคาเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่า) แนวต้านสำคัญ (resistance: ระดับที่มักมีแรงขายกด) ยังอยู่ที่จุดสูงเดือนตุลาคม 2025 ที่ $637.01 ต้องมีการทะลุขึ้นอย่างชัดเจน (decisive breakout: การเบรกที่ยืนยันได้ด้วยแรง/การปิดเหนือระดับ) เหนือราคานี้เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น นักเทรดอาจจัดโครงสร้างการเทรดแบบเดบิตสเปรด (debit spreads: สเปรดที่จ่ายพรีเมียมสุทธิ เพื่อหวังกำไรเมื่อราคาไปตามทิศ) เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนขึ้นไปหาและผ่านระดับนี้ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ภาวะความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ที่ต่ำ ทำให้การซื้อสเปรดแบบเล่นทิศทาง (directional spreads: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการขึ้น/ลงตามทิศทาง) น่าสนใจกว่าช่วงที่ผันผวนสูง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets