ความเสี่ยงเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบาย
ต้นทุนพลังงานที่สูงยืดเยื้อ รวมถึงมาตรการงบประมาณเพิ่มเติม (supplementary budget: งบที่เพิ่มจากงบเดิมของรัฐเพื่อกระตุ้นหรือช่วยเหลือ) ถูกมองว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในช่วงเดือนข้างหน้า จากเงื่อนไขเหล่านี้ มีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลีอาจขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% (25 basis points: 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์) ในเดือนกรกฎาคม ภายใต้ผู้ว่าการคนใหม่ ชิน ฮยอน ซอง ข้อมูลล่าสุดช่วยหนุนมุมมองนี้ เพราะตัวเลข CPI อย่างเป็นทางการของเดือนมีนาคมเพิ่งประกาศออกมาอยู่ที่ 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 เบื้องต้น (Q1 GDP: มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไตรมาสแรก) ยังออกมาดีกว่าที่คาด จากการส่งออกที่แข็งแรงและการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ธนาคารกลางมีพื้นที่มากขึ้นในการเน้นสกัดเงินเฟ้อ สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน พันธบัตร) หมายความว่า ช่วงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของ “เส้นอัตราดอกเบี้ยสวอป” (interest rate swap curve: ภาพรวมอัตราดอกเบี้ยของสัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยแต่ละอายุ) น่าจะยังสะท้อนมุมมองเชิงเข้มงวดมากขึ้น (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อเข้ม) คาดว่าจะมีผู้ต้องการ “จ่ายอัตราคงที่” ในสวอปมากขึ้น (pay fixed on swaps: ทำสวอปโดยจ่ายดอกเบี้ยคงที่ รับดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยตลาดสูงขึ้น) เพื่อวางตำแหน่งรับมือดอกเบี้ยขาขึ้นก่อนการประชุมเดือนกรกฎาคมผลต่อการวางตำแหน่งในตลาด
ในตลาดพันธบัตร มุมมองนี้ชี้ไปที่ท่าที “ลบต่อราคา” (bearish: คาดว่าราคาจะลง) สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี (KTB futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี) เมื่อความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยชัดขึ้น ราคาพันธบัตรมักถูกกดลง ผู้เทรดอาจพิจารณาเปิดสถานะ “ขาย” (short position: ทำกำไรเมื่อราคาลดลง) ใน KTB futures เพื่อรับโอกาสจากการเคลื่อนไหวนี้ ทิศทางนโยบายนี้อาจช่วยหนุนค่าเงินวอนเกาหลี (Korean Won) ด้วย เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะเพิ่มความน่าสนใจของการถือสกุลเงินนี้จากผลตอบแทนที่สูงขึ้น (yield advantage: ผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ดีกว่า) ทำให้มีโอกาสแข็งค่าต่อดอลลาร์สหรัฐ การวางตำแหน่งเพื่อวอนแข็งค่าผ่าน “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายในราคา/เวลาที่กำหนด) หรือ “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” (forward contracts: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคตที่กำหนดราคาไว้ล่วงหน้า) อาจเป็นแนวทางที่รอบคอบในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า การใช้ออปชันช่วยกำหนดความเสี่ยงให้ชัดขึ้น (defined risk: รู้เพดานขาดทุนได้) ผู้เทรดอาจมองการซื้อ “พุตออปชัน” (put options: สิทธิในการขาย ได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง) บน KTB futures เพื่อได้ผลเหมือนมองพันธบัตรลง และ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อ ได้ประโยชน์เมื่อราคาเพิ่มขึ้น) บนเงินวอนเพื่อเก็งค่าเงินแข็ง โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า (capital-efficient: ใช้เงินน้อยแต่ยังได้โอกาสรับผลตอบแทน) สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets