ปฏิกิริยาตลาดและบรรยากาศความเสี่ยง
ณ เวลาที่เขียน S&P 500 futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า: ข้อตกลงซื้อขายในอนาคต) ปรับขึ้น และดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าที่วัดความแข็งค่าของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงิน) แทบไม่เปลี่ยนแปลงใกล้ 100.45 หลังความตึงเครียดผ่อนลง ซึ่งช่วยให้ความรู้สึกในตลาดโดยรวมดีขึ้น ราคาน้ำมันคาดว่าจะยังสูง เพราะอิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้คาดการณ์เงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น) ยังอยู่ระดับสูง ตลาดได้ลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) จำนวน 2 ครั้งในปีนี้ หลังความขัดแย้งเริ่มขึ้น เงินเยนญี่ปุ่นแข็งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: ธนาคารกลางของญี่ปุ่น) จะขึ้นดอกเบี้ยต่อ สรุปความเห็น (Summary of Opinions: เอกสารสรุปมุมมองผู้กำหนดนโยบาย) จากการประชุมเดือนมีนาคมที่เผยแพร่วันจันทร์ ระบุว่าผู้กำหนดนโยบายหลายรายมองว่ายังมีช่องให้ขึ้นดอกเบี้ยได้ในระยะใกล้ ความต่างระหว่างท่าที “เข้มงวด” ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) กับธนาคารกลางสหรัฐที่ถูกกดดันจากเงินเฟ้อ คือประเด็นหลัก เนื่องจากคู่ USD/JPY ไวต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เรามองว่าการใช้กลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคตโดยไม่บังคับ) เหมาะเพื่อรับมือความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคา) กลยุทธ์นี้ช่วยทำกำไรได้หากราคาลง และจำกัดความเสี่ยงหากสถานการณ์พลิกกลับเร็วการวางสถานะและกลยุทธ์ออปชัน
เราเห็นว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังสูง โดยตัวเลข CPI เดือนกุมภาพันธ์ 2026 (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) อยู่ที่ 3.8% สูงกว่าเป้าหมายของเฟดมาก ความต่อเนื่องนี้เชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน WTI (WTI crude: น้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐ) ที่ยืนเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ ภาพรวมคล้ายกับ “ช็อกราคาพลังงาน” (energy price shock: ราคาพลังงานพุ่งแรงกระทบเศรษฐกิจ) ที่เกิดในปี 2022 หลังสงครามยูเครนเริ่มขึ้น อีกด้านหนึ่ง ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับสัญญาณล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่นมากขึ้น โดย overnight swaps (สว็อปข้ามคืน: เครื่องมือคาดการณ์ดอกเบี้ยจากการแลกเปลี่ยนกระแสเงิน) กำหนดโอกาส 75% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (25 basis point: 0.25%) ในการประชุมถัดไปเดือนเมษายน การเปลี่ยนแปลงด้านปัจจัยพื้นฐานนี้เป็นแรงหนุนสำคัญต่อเงินเยน ซึ่งแทบไม่เห็นมาหลายปี จากมุมมองนี้ เราเลือกวางสถานะให้เยนแข็งขึ้นด้วยการซื้อ USD/JPY put options (พุตออปชัน: สิทธิในการขายที่ราคา/เวลาที่กำหนด) กลยุทธ์นี้ช่วยให้ได้ประโยชน์หากราคามีโอกาสลงไปแถว 155–157 ใน 4–6 สัปดาห์ข้างหน้า ความเสี่ยงที่กำหนดได้ของสัญญาออปชัน (defined risk: เสี่ยงสูงสุดจำกัด) น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงจากข่าว (headline risk: ราคาผันผวนจากข่าวใหญ่) ในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงหลักต่อมุมมองนี้คือสถานการณ์คลี่คลายจนช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันร่วงแรง สถานการณ์แบบนี้ซึ่งเคยเกิดในช่วงปลายปี 2025 จะทำให้ตลาดกลับมาคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย และส่งให้ USD/JPY พุ่งขึ้นเร็ว การถือพุตระยะยาว (long put positions: ซื้อพุต) ทำให้ขาดทุนสูงสุดจำกัดอยู่ที่ค่าเบี้ยประกัน (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) หากเกิดภาวะตลาดรับความเสี่ยง (risk-on: นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets