ความเสี่ยงความผันผวนเพิ่มขึ้นรอบ Usd Jpy
บทวิเคราะห์ชี้ว่านโยบายการเงินยัง “ผ่อนคลาย” (อัตราดอกเบี้ยยังต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) โดยใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอ้างอิง 0.75% ซึ่งต่ำกว่าช่วง “อัตราดอกเบี้ยเป็นกลาง” (neutral rate: ระดับดอกเบี้ยที่ไม่เร่งและไม่ฉุดเศรษฐกิจ) ที่ประเมินไว้ และโยงฉากหลังนี้กับการที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 2 ปี/10 ปี “ชันขึ้นแบบฝั่งดอกเบี้ยขาขึ้น” (bear steepening: อัตราผลตอบแทนโดยรวมสูงขึ้น และฝั่งระยะยาวขึ้นเร็วกว่า) ตั้งแต่เกิดสงคราม สะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น บทวิเคราะห์เปรียบเทียบกับตลาดพัฒนาแล้วอื่น ๆ ที่ส่วนต่างอายุ 2 ปี/10 ปี ส่วนใหญ่ “แบนลงแบบฝั่งดอกเบี้ยขาขึ้น” (bear flattening: อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ฝั่งระยะสั้นขึ้นเร็วกว่า ทำให้เส้นผลตอบแทนแบนลง) โดยอธิบายว่าเกิดจากตลาดกลับมารับรู้ความเป็นไปได้ของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันช็อกล่าสุด USD/JPY ตอนนี้กำลังทดสอบระดับ 160 ทำให้ความเสี่ยงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าไตรมาส 3 ที่เราคาดไว้เพิ่มขึ้นมาก เราจับตาความเป็นไปได้ที่ความผันผวนของค่าเงินจะกระโดดสูงขึ้น โดยนึกถึงการแทรกแซงของกระทรวงการคลังในปี 2024 เมื่อคู่นี้ผ่านระดับใกล้เคียงกัน เมื่อเช้านี้คู่นี้ซื้อขายแถว 159.85 กดดันผู้กำหนดนโยบายอย่างหนักกรอบเวลาที่ Boj อาจขึ้นดอกเบี้ย
BoJ กำลัง “ตามไม่ทันสถานการณ์” (ตัดสินใจช้ากว่าที่เศรษฐกิจบ่งชี้) และข้อมูลล่าสุดสนับสนุนมุมมองนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดของเดือนกุมภาพันธ์ 2026 อยู่ที่ 2.3% ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคาร ขณะที่ GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 โต 0.5% ยืนยันว่าเศรษฐกิจมีช่องว่างผลผลิตเป็นบวก เมื่อดอกเบี้ยนโยบายอยู่เพียง 0.75% ท่าทีการเงินตอนนี้จึงผ่อนคลายเกินไปสำหรับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ สำหรับผู้เทรด “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย) สถานการณ์นี้บอกถึงโอกาสในการวางตำแหน่งเพื่อรับ “ความผันผวนของราคา” ที่มากขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราเห็นว่าการซื้อ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ์ในการซื้อ/ขาย ไม่ใช่ข้อบังคับ) USD/JPY ระยะสั้น เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชันแบบซื้อและแบบขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) ระยะ 1 เดือน เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อใช้ประโยชน์จากแรงกดดันที่สะสมอยู่ วิธีนี้ทำให้ผู้เทรดทำกำไรได้หากราคาเคลื่อนแรงทั้งสองทาง ไม่ว่าจะเกิดการขึ้นดอกเบี้ยแบบไม่คาดคิด หรือทะลุ 160 ขึ้นไปอย่างชัดเจน ตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นก็ส่งสัญญาณเรื่องความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังอยู่ เราเห็น “ส่วนต่างผลตอบแทน” (yield spread: ความต่างของอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรสองช่วงอายุ) อายุ 2 ปี/10 ปี ชันขึ้นต่อ หมายถึงต้นทุนกู้ยืมระยะยาวขึ้นเร็วกว่า ระยะสั้น ซึ่งต่างจากตลาดพัฒนาแล้วอื่นที่เส้นผลตอบแทนแบนลงเพราะกังวลว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเร็ว แม้จะตึงเครียดที่ระดับ 160 แต่ “ตลาดสว็อป” (swaps market: ตลาดสัญญาแลกเปลี่ยน เช่น สว็อปอัตราดอกเบี้ย ที่ใช้สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) ยังทรงตัว โดย “กำหนดราคา” (pricing: ระดับที่ตลาดสะท้อนความคาดหวังไว้แล้ว) ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยราว 2 ครั้งภายในเดือนธันวาคม 2026 เราจำได้ว่า BoJ ระมัดระวังมากตลอดปี 2025 ซึ่งบอกว่าการจะทำได้ตามที่ตลาดกำหนดราคานี้ยังยาก หากการทำหรือไม่ทำของ BoJ ทำให้มุมมอง “ขึ้น 2 ครั้ง” นี้ถูกตั้งคำถาม จะเกิดโอกาสเทรดที่เด่นชัด
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets