ปัจจัยขับเคลื่อนเงินเฟ้อและแรงกระแทกด้านพลังงาน
หากสงครามยืดเยื้อ พลังงานและ “วัตถุดิบ” (Raw materials: ของที่ใช้เป็นต้นทางในการผลิต เช่น โลหะ น้ำมัน ก๊าซ) อาจแพงขึ้นหรือหาได้ยากขึ้น ซึ่งอาจดันเงินเฟ้อพื้นฐานให้สูงขึ้นในเยอรมนีและทั้ง “ยูโรโซน” (Euro area: กลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร) Commerzbank คาดว่า “ธนาคารกลางยุโรป” (European Central Bank/ECB: หน่วยงานที่กำหนดดอกเบี้ยของยูโรโซน) จะตอบสนองด้วยการขึ้นดอกเบี้ย 25 “เบสิสพอยต์” (Basis point: หน่วยย่อยของดอกเบี้ย โดย 25 เบสิสพอยต์ = 0.25%) เรามองว่าการกระโดดของเงินเฟ้อเยอรมนีเป็น 2.7% มาจากสงครามในอิหร่านที่ดันราคาพลังงานเป็นหลัก เมื่อเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ที่ 2.5% จุดสนใจของตลาดจึงไปอยู่ที่การตัดสินใจครั้งต่อไปของ ECB โดยคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยปลายเดือนเมษายนเพื่อกันไม่ให้แรงกระแทกด้านพลังงานลามไปสู่ราคาส่วนอื่น สำหรับนักเทรดดอกเบี้ย หมายถึงการวางพอร์ตให้สอดคล้องกับการขึ้นดอกเบี้ย 25 เบสิสพอยต์ที่ตลาดคาดไว้ “สวอปดัชนีข้ามคืน” (Overnight index swaps/OIS: สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงดอกเบี้ยระยะสั้นข้ามคืน ใช้สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบาย) ได้สะท้อนโอกาสเกิน 90% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ECB วันที่ 24 เมษายน เป้าหมายคือไม่ให้พอร์ตเสียเปรียบจากดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้น เหมือนที่เห็นแรงขายใน “พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 2 ปี” (Two-year German government notes: ตราสารหนี้รัฐบาลอายุ 2 ปี) เมื่อสัปดาห์ก่อนการวางสถานะตลาดและความเสี่ยง
สภาพแวดล้อมนี้ทำให้ต้องระวังในตลาดพันธบัตร โดยคาดว่า “สัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรบุนด์” (German Bund futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) จะถูกกดดันให้ราคาลง เมื่อย้อนดูช่วงขึ้นดอกเบี้ยปี 2022-2023 การที่ธนาคารกลางเข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อทำให้พันธบัตรขาดทุนมาก นักเทรดควรพิจารณา “เฮดจ์” (Hedging: ทำรายการเพื่อลดความเสี่ยง) ต่อการถือสินทรัพย์ที่ “อายุยาว” (Long-duration exposure: สินทรัพย์ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยมาก เช่น พันธบัตรอายุนาน) หรือเปิดสถานะขายเพื่อรอการตัดสินใจของ ECB ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มโอกาส “ความผันผวน” (Volatility: การแกว่งตัวแรงของราคา) ซึ่งสะท้อนในดัชนี VSTOXX (ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นยุโรป) ที่เพิ่มขึ้น 12% ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว อาจพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (Call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บน VSTOXX เพื่อเก็งความกังวลตลาดที่สูงขึ้น กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์หากความขัดแย้งในอิหร่านรุนแรงขึ้น หรือข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ในตลาดเงินตรา โอกาสที่ ECB จะ “เข้มงวด” (Hawkish: เน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ย) น่าจะหนุนเงินยูโรต่อ ยูโรแข็งขึ้นแล้ว 1.5 เซนต์เทียบดอลลาร์สหรัฐในเดือนนี้ ขึ้นไปที่ 1.10 หลังกระแสคุยเรื่องขึ้นดอกเบี้ยแรงขึ้น สามารถใช้คอลออปชันหรือ “ฟิวเจอร์ส” (Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ของ EUR/USD เพื่อเก็งการแข็งค่าต่อ โดยเฉพาะถ้า ECB ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นอีก สำหรับตลาดหุ้น นี่เป็นแรงกดดัน เพราะดอกเบี้ยสูงและพลังงานแพงบีบกำไรบริษัท ควรคาดว่าอ่อนตัวในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยี และหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ผู้เทรดสามารถใช้ “พุตออปชัน” (Put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนดัชนี DAX เพื่อป้องกันพอร์ต หรือขายฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรจากโอกาสที่ตลาดจะลง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets