ภาพรวมราคาทองคำในฟิลิปปินส์
FXStreet คำนวณราคาทองคำในประเทศโดยนำราคาทองคำโลกมาแปลงด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/PHP (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซฟิลิปปินส์) และหน่วยชั่งน้ำหนักท้องถิ่น ตัวเลขอัปเดตทุกวันตอนเผยแพร่ ใช้เพื่ออ้างอิง ราคาจริงในพื้นที่อาจต่างเล็กน้อย ธนาคารกลางถือทองคำมากที่สุด และใช้เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายการถือครองทุนสำรอง (ลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทเดียว) ตาม World Gold Council (องค์กรที่ติดตามข้อมูลทองคำโลก) ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2022 สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายปี ราคาทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย, อัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำคิดราคาเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์) ราคาทองยังทรงตัว แต่สะท้อนแรงดึงระหว่างดอลลาร์ที่แข็งขึ้นกับความกังวลเศรษฐกิจ ดอลลาร์แข็งขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ยจนถึงปี 2025 ทำให้ทองขึ้นได้จำกัด และอาจทำให้ราคาขยับแรงในระยะใกล้แรงตลาดที่ทำให้ราคาขยับในกรอบแคบ
ประเด็นหลักของผู้ซื้อขายคือเงินเฟ้อยังสูงและคุมยาก โดยดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (Consumer Price Index หรือ CPI: ตัวเลขวัดราคาสินค้าและบริการที่คนทั่วไปซื้อ) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพิ่ม 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เงินเฟ้อที่ลดช้าแบบนี้ทำให้ไม่แน่ใจว่าดอกเบี้ยจะลดต่อหรือไม่ ส่งผลให้ทองคำซึ่ง “ไม่ให้ดอกผล” (ไม่มีดอกเบี้ยหรือเงินปันผล) ถูกประเมินมูลค่าได้ยาก ภาพนี้ต่างจากช่วงปลายปี 2024 และต้นปี 2025 ที่เงินเฟ้อลดลงชัดเจน ความตึงเครียดระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง โดยมีรายงานการลาดตระเวนทางเรือที่เพิ่มขึ้นในทะเลจีนใต้ ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง) ทั้งยังเกิดพร้อมกับการซื้อทองของธนาคารกลางต่อเนื่องในปี 2025 เช่น จีนและโปแลนด์เพิ่มทองในทุนสำรอง ข้อมูลของ World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางซื้อทองมากกว่า 1,037 ตันในปี 2025 เป็นปีที่สูงเป็นอันดับสอง รองจากปี 2022 จากแรงหนุนและแรงกดที่ขัดกัน คาดว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) ของออปชันทองคำจะเพิ่มในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทอง) ควรเตรียมรับการหลุดกรอบ (breakout: ราคาทะลุกรอบเดิม) มากกว่าการแกว่งไปมาในกรอบเดิม กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลงจึงน่าสนใจ โดยเฉพาะ การซื้อคอลออปชันอายุยาว (call option: สิทธิในการซื้อในอนาคตที่ราคาที่กำหนด) เป็นวิธีที่ระมัดระวังเพื่อรับโอกาสราคาขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หรือดอลลาร์อ่อนลง และเพื่อกันความเสี่ยงดอกเบี้ยสูงอยู่นาน การซื้อพุทออปชัน (put option: สิทธิในการขายในอนาคตที่ราคาที่กำหนด) ช่วยป้องกันพอร์ตที่มีอยู่ได้ คาดว่าราคาอาจขึ้นเหนือ 2,150 ดอลลาร์ หรือหลุดต่ำกว่า 2,050 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ก่อนสิ้นเดือนเมษายน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets