Near Term Technical Outlook
เชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นยังออกไปทางขาลงเล็กน้อย เพราะราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 200 ชั่วโมง (200-hour EMA: เส้นค่าเฉลี่ยราคาที่ให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้ม) ซึ่งค่อนข้างแบนใกล้ 1.1550 MACD (ตัวชี้วัดโมเมนตัมจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ใช้ดูแรงของแนวโน้มและจุดกลับตัว) อยู่ใกล้เส้นศูนย์และเส้นสัญญาณ โดยฮิสโตแกรมค่อนข้างเงียบ (แท่งที่บอกความแรงของโมเมนตัม) ขณะที่ RSI (ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขายช่วง 0–100) อยู่แถว 43 ต่ำกว่า 50 แนวต้านอยู่ที่ 1.1535 และ 1.1550 โดยหากผ่าน 1.1550 ได้อาจไปที่ 1.1580 แนวรับอยู่ที่ 1.1490 และ 1.1475 หากหลุด 1.1475 อาจเปิดทางไป 1.1450Trading Strategy And Risk Considerations
ข้อมูลนี้ทำให้ทิศทางนโยบายเปลี่ยน โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรปส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่เฟดส่งสัญญาณ “หยุด” ไปอีกระยะ (pause: ยังไม่ขึ้น/ลงดอกเบี้ย) ซึ่งกลับทางจากมุมมองว่าเฟดจะเข้มงวดที่เห็นตลอดปี 2025 ความต่างของอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน) เริ่มเอียงไปทางยูโร ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เทรดเดอร์อาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากยูโรแข็งค่าต่อเมื่อเทียบดอลลาร์ เช่น ซื้อออปชันแบบคอลของ EUR/USD (call option: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อที่ราคาเป้าหมายในอนาคต ไม่บังคับต้องซื้อ) โดยเลือกราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญา) สูงกว่าแนว 1.2000 ที่เป็นระดับทางจิตวิทยา (psychological level: ระดับกลมๆ ที่ตลาดมักให้ความสำคัญ) วิธีนี้ช่วยร่วมไปกับขาขึ้นและจำกัดความเสี่ยงสูงสุด เพื่อคุมความเสี่ยง อาจใช้ออปชันทำ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไรสูงสุด) และควรระวังก่อนประกาศข้อมูลสำคัญ เช่น รายงานการจ้างงานสหรัฐเดือนมีนาคม หากออกมาดีกว่าคาด อาจทำให้ดอลลาร์ผันผวนระยะสั้นและกดดันมุมมองขาขึ้นนี้ Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets