ธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณเรื่องนโยบายและตลาด
คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นหลังการเผยแพร่ “สรุปความเห็น” (Summary of Opinions) จากการประชุมนโยบายเดือนมีนาคม โดยสรุประบุว่าผู้กำหนดนโยบายหลายคนยังคาดว่าจะมีการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ (monetary tightening คือการทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นหรือทำให้สภาพคล่องลดลงเพื่อกดเงินเฟ้อ) สรุปยังระบุว่า กรรมการคนหนึ่งมองว่า BoJ ควรขึ้น “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (policy rate คือดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) โดยไม่ลังเล หากสภาพเศรษฐกิจไม่แย่ลง และหากธุรกิจขนาดเล็กและกลางยังคงท่าทีเดิม ขณะที่กรรมการคนอื่น ๆ พูดถึงผลกระทบที่สงครามในตะวันออกกลางอาจมีต่อเศรษฐกิจและราคา กรรมการส่วนใหญ่เลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% โดยมีกรรมการคนหนึ่งระบุว่าอัตราดอกเบี้ยอาจทรงตัวได้เพราะยังไม่แน่ชัดเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง ดอลลาร์สหรัฐลดช่วงบวกช่วงต้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บอก Financial Times ว่าคาดว่าจะมีข้อตกลงกับอิหร่าน “ค่อนข้างเร็ว” และยังกล่าวว่าวอชิงตันสามารถยึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่านได้ “ง่ายมาก”การเคลื่อนไหวของดอลลาร์และความเสี่ยงการแทรกแซง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index คือดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ทรงตัวใกล้ 100.15 ประเด็นหลักยังคงเป็น “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differential คือความต่างของดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ที่กว้างมาก และกว้างขึ้นจากปีก่อน แม้ BoJ จะขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปที่ 1.00% แต่ยังต่ำมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ที่คงไว้ที่ 5.25% เพื่อสู้กับเงินเฟ้อในภาคบริการที่ยังลดลงยาก (services inflation คือราคาค่าบริการ เช่น ค่าเช่า ค่าเดินทาง ค่ารักษา ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง) ช่องว่างนี้ยังผลักดัน “แคร์รี่เทรด” (carry trade คือการกู้/ขายสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำไปซื้อสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) ทำให้คู่เงิน USD/JPY ถูกดันขึ้น แม้มีคำเตือนด้วยวาจาจากญี่ปุ่น สำหรับนักเทรด สถานการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงจากเหตุการณ์สุดโต่งที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยแต่กระทบแรง (tail risk) และทำให้คาดว่าความผันผวน (volatility คือการแกว่งขึ้นลงของราคา) จะสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ความผันผวนโดยนัย 1 เดือน (one-month implied volatility คือความผันผวนที่ “ตลาดคาด” จากราคาสัญญาออปชัน) ของออปชัน USD/JPY ขยับขึ้นเกิน 12% แล้ว สะท้อนความกังวลต่อการปรับลงเร็วและแรง ทำให้การซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรผ่านออปชันน่าสนใจขึ้น กลยุทธ์ที่ตรงที่สุดคือซื้อออปชัน “พุท” USD/JPY ที่อยู่นอกระดับราคา (out-of-the-money puts คือพุทที่ราคาสิทธิยังไม่คุ้มจะใช้ในตอนนี้ จึงมักถูกกว่า แต่ต้องให้ราคาขยับแรงจึงได้ประโยชน์) โดยกำหนดวันหมดอายุช่วงปลายเมษายนและพฤษภาคม 2026 วิธีนี้จำกัดความเสี่ยงไว้ตามเงินที่จ่ายค่าออปชัน (defined-risk) และอาจได้กำไรหาก USD/JPY ร่วงแรงหลายร้อย “พิป” (pip คือหน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน เช่น ขยับขึ้นลงทีละจุดย่อย) หาก BoJ ตัดสินใจดำเนินการจริง อย่างไรก็ตาม ค่าออปชันกำลังแพงขึ้น ทำให้จังหวะเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เรายังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls: NFP คือจำนวนตำแหน่งงานใหม่ในสหรัฐนอกภาคเกษตร) ที่จะออกวันศุกร์นี้ หากออกมาอ่อนแอกว่าคาดมาก อาจกดดอลลาร์ให้อ่อนลงทั้งตลาดและทำให้เกิดการปิดสถานะฝั่งซื้อ USD/JPY อย่างรวดเร็ว (unwind คือการทยอย/เร่งปิดสถานะที่เคยถือไว้) การที่มีทั้งความเสี่ยงการแทรกแซงและความเสี่ยงข้อมูลสหรัฐอ่อน ทำให้การถือสถานะซื้อโดยไม่ป้องกันความเสี่ยง (unhedged long positions คือถือขาขึ้นโดยไม่มีเครื่องมือคุ้มกัน) เสี่ยงมาก สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets