ความเสี่ยงเงินเฟ้อและข้อจำกัดด้านนโยบาย
รายงานระบุว่า ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน อาจจำกัดการ “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” เพิ่มเติมของธนาคารแห่งประเทศไทย (BoT: ธนาคารกลางของไทย) ตลาดคาดว่า “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยทั้งระบบ) จะไม่เปลี่ยนอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้า BoT ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% ในเดือนกุมภาพันธ์ รายงานคาดว่าจะติดตามว่า “ช็อกด้านอุปทาน” (supply shock: ของขาดหรือต้นทุนพุ่ง ทำให้ราคาเพิ่ม) จะยืดเยื้อแค่ไหน และจับตาว่าแรงกดดันด้านราคาจะลามเกินกลุ่มพลังงานและปุ๋ยหรือไม่ ซึ่งอาจกระทบ “ความคาดหวังเงินเฟ้อ” (inflation expectations: ความเชื่อของคนและธุรกิจว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น) และทำให้ราคาสินค้าอื่นปรับขึ้นตาม หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังสูงจากสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ รายงานระบุว่า ความคาดหวังของตลาดอาจเปลี่ยนไปมองว่า BoT อาจ “ขึ้นดอกเบี้ย” ได้ บทความระบุว่าใช้เครื่องมือ AI ช่วยผลิตและมีบรรณาธิการตรวจทานแล้ว เรายังเห็นแรงกดดันแบบ “สแต็กเฟลชัน” (stagflation: เศรษฐกิจโตช้า/ซบเซา แต่เงินเฟ้อสูง) ที่พูดถึงในปี 2025 ยังกระทบตลาดไทย ค่าเงินบาทยังอ่อนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซื้อขายใกล้ 38.5 เพราะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูง สถานการณ์นี้บอกว่าผู้เทรดควรพิจารณา “กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดความเสียหายจากความผันผวน) หรือกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากเงินบาทอ่อนค่าต่อ แรงกดดันนี้ทำให้โอกาส “ลดดอกเบี้ย” ที่หลายคนหวังไว้ในปี 2025 ลดลง เมื่อ “น้ำมันดิบเบรนท์” (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงสำคัญของโลก) อยู่เหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อเนื่อง “เงินเฟ้อทั่วไป” ของไทย (headline inflation: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด รวมพลังงานและอาหาร) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 อยู่ที่ 3.1% สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง ดังนั้นกลยุทธ์ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ควรวางรับกรณีดอกเบี้ยนิ่ง หรือมีโอกาสที่ BoT ส่งสัญญาณ “เข้มงวดขึ้น” (hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ เช่น มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย)ผลต่อการเทรดค่าเงินบาท ดอกเบี้ย และหุ้น
ตลาดตราสารหนี้กำลังสะท้อนโอกาส 45% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในไตรมาส 3 ซึ่งต่างจากท่าที “เป็นกลาง” (neutral: ไม่เอนเอียงไปทางขึ้นหรือลดดอกเบี้ย) เมื่อปีก่อน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้กลยุทธ์ “ซื้อความผันผวน” (long volatility: ได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรง) บนค่าเงินบาท โดยใช้เครื่องมืออย่าง “ออปชันสตราเดิล” (options straddle: ซื้อทั้งสิทธิซื้อและสิทธิขายที่ราคาเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวที่แรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจเหมาะ เพราะจะได้กำไรหากค่าเงินขยับมาก ไม่จำกัดทิศทาง ตลาดหุ้นก็สะท้อนแรงกดดัน ดัชนี SET ยังฟื้นยากท่ามกลางเงินต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง ไตรมาสนี้ต่างชาติขายหุ้นไทยมากกว่า 800 ล้านดอลลาร์ ผู้เทรดอาจใช้ “ฟิวเจอร์สดัชนี” (index futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนี) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถือหุ้นอยู่ หรือเปิดสถานะขายเพื่อได้ประโยชน์หากตลาดอ่อนต่อ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets