โครงสร้างทางเทคนิคและโมเมนตัม
ดัชนี RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขายในช่วง 0–100 ใช้ดูภาวะ “แรงเกินไป”) ชี้ว่าฝั่งขายยังนำอยู่ แต่กำลังขยับขึ้นเข้าใกล้โซนกลาง หาก RSI ขึ้นเหนือโซนกลาง อาจช่วยหนุนการปรับขึ้นต่อ หากจะฟื้นตัว ต้องผ่าน 70.00 ดอลลาร์ก่อน แล้วตามด้วย 73.66 ดอลลาร์ แนวต้านถัดไปคือ 77.98 ดอลลาร์ และเส้น 20-day SMA (ค่าเฉลี่ยราคา 20 วัน ใช้ดูแนวโน้มระยะสั้น) ที่ 78.63 ดอลลาร์ หากกลับมาลงอีกครั้ง ต้องหลุดต่ำกว่า 66.73 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเปิดทางไปทดสอบจุดต่ำของสัปดาห์ที่ 61.02 ดอลลาร์ ราคาซิลเวอร์ได้รับผลจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (เหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อการเงิน), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย, อัตราดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะซิลเวอร์กำหนดราคาด้วยดอลลาร์ นอกจากนี้ยังขึ้นกับอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ), อุปทานจากเหมือง และการรีไซเคิลปัจจัยมหภาคและแรงขับจากการถือสถานะ
การใช้ในอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์และพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) สามารถหนุนความต้องการได้ ขณะที่กิจกรรมเศรษฐกิจที่อ่อนลงอาจกดความต้องการ ซิลเวอร์มักเคลื่อนไหวตามทองคำ และมีการใช้ “อัตราส่วนทอง/เงิน” (Gold/Silver ratio: เอาราคาทองหารด้วยราคาเงิน เพื่อเทียบความถูกแพง) เรากำลังเห็นราคาซิลเวอร์ได้แรงพยุงใกล้ระดับ 70.00 ดอลลาร์หลังอ่อนตัวลง แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เคยดึงเงินไปที่ดอลลาร์ การเด้งกลับอย่างรวดเร็วสะท้อนว่ามีแรงซื้อรองรับอยู่ ผู้เทรดควรสังเกตว่าแม้ช่วงแรกตลาดเลือกดอลลาร์เพื่อความปลอดภัย แต่ตอนนี้ความสนใจกำลังย้ายกลับมาที่โลหะมีค่า ความเห็นล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) สะท้อนว่ายังตัดสินใจตามข้อมูลเศรษฐกิจ ทำให้เวลาในการปรับดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน โดยรายงาน CPI (Consumer Price Index: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อยังสูงต่อเนื่องที่ 3.4% ทำให้เหตุผลของการถือซิลเวอร์เพื่อกันเงินเฟ้อ (inflation hedge: สินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่าเมื่อของแพงขึ้น) แข็งแรงขึ้น สภาวะนี้ทำให้คอลออปชันอายุยาว (call option: สิทธิในการ “ซื้อ” สินทรัพย์ที่ราคาเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด; อายุยาวคือมีเวลาถึงวันหมดอายุนาน) น่าสนใจสำหรับผู้เทรดที่คาดว่าเงินเฟ้อที่ลดช้าอาจทำให้ Fed ยอมให้ราคาโลหะสูงขึ้น อุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมช่วยทำให้ราคามีฐานรองรับที่มั่นคง โดยจีนมีดัชนี Caixin Manufacturing PMI (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ค่าสูงกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมขยายตัว) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ออกมาดีกว่าคาด เพิ่มขึ้นเป็น 51.2 สะท้อนกิจกรรมโรงงานขยายตัว เพราะซิลเวอร์เป็นส่วนสำคัญในแผงโซลาร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แรงอุปสงค์ฝั่งนี้จึงช่วยหนุนราคาได้แม้ไม่มีเงินลงทุนไหลเข้า ในทางกลับกัน หากหลุดต่ำกว่าจุดต่ำวันที่ 26 มีนาคม ที่ 66.73 ดอลลาร์ จะเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาลงยังต่อเนื่อง ในกรณีนั้นอาจเห็นการลงเร็วไปแถว 61.00 ดอลลาร์ ผู้เทรดอาจพิจารณาพุทออปชัน (put option: สิทธิในการ “ขาย” สินทรัพย์ที่ราคาเป้าหมาย) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ต่ำกว่า 66.00 ดอลลาร์เพื่อเก็งกำไรจากการลง โดยเฉพาะเมื่อเคยเห็นการร่วงแรงหลังหลุดแนวรับแบบนี้ในช่วงปลายปี 2025 สำหรับมุมมองขาขึ้น ซิลเวอร์ต้องผ่านเส้น 100-day SMA ที่ 73.66 ดอลลาร์อย่างชัดเจน หากยืนเหนือระดับนี้ได้ต่อเนื่อง มักดึงดูดผู้เทรดตามโมเมนตัม (momentum traders: เทรดตามแรงและทิศทางราคา) และอาจดันราคาไปหาแนวต้านใกล้ 78.00 ดอลลาร์ เรามองว่าการใช้กลยุทธ์บูลคอลสเปรด (bull call spread: ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการวางแผนรับโอกาสขาขึ้นพร้อมควบคุมความเสี่ยง อัตราส่วนทอง/เงินก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยตอนนี้อยู่ที่ระดับสูง 88 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของศตวรรษที่ 21 มาก บ่งชี้ว่าซิลเวอร์ “ถูก” เมื่อเทียบกับทองคำ อาจเห็นเงินทุนหมุนจากทองไปยังซิลเวอร์เมื่อผู้เทรดใช้กลยุทธ์ตามอัตราส่วนนี้ ซึ่งเป็นแรงหนุนเพิ่มในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets