การวางสถานะเก็งกำไรเป็นขาขึ้นมากขึ้น
เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในการวางสถานะเก็งกำไรในตลาดน้ำมัน โดย “สถานะซื้อสุทธิ” (net long: จำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักลบฝั่งขาย) ที่กลุ่ม “ไม่ใช่นักค้าภาณิชย์” (non-commercial: กลุ่มที่เน้นเก็งกำไร เช่น กองทุน ไม่ได้ซื้อขายเพื่อใช้จริง) ถืออยู่ เพิ่มเป็น 233.6K สัญญา การขยับนี้หมายความว่า “กองทุนขนาดใหญ่” มีความมั่นใจมากขึ้นว่าราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นในระยะใกล้ มุมมองขาขึ้นนี้น่าจะได้รับแรงหนุนจากแรงกดดันฝั่งอุปทาน (supply-side: ปริมาณของที่มีขายในตลาด) โดย OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน) ส่งสัญญาณว่าจะคง “การลดกำลังการผลิต” (production cuts: การผลิตให้น้อยลงเพื่อพยุงราคา) ต่อไปจนถึงไตรมาส 2 ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ยังรบกวนเส้นทางขนส่งสำคัญ นอกจากนี้ “สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ” (US crude inventories: ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง) ยังลดลงมากกว่าที่ตลาดคาด (“ลดลงแบบเซอร์ไพรส์”/surprise draw: สต็อกลดลงเกินคาด) 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์นี้ ทำให้ภาพอุปทานระยะสั้นยิ่งตึงตัว ฝั่งอุปสงค์ (demand-side: ความต้องการใช้) ข้อมูล PMI ภาคการผลิตของจีน (PMI: ดัชนีชี้แนวโน้มภาคการผลิต สูงขึ้นมักตีความว่าเศรษฐกิจ/การผลิตดีขึ้น) ออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง สะท้อนการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น เรื่องนี้เกิดพร้อมกับช่วงเตรียมเข้าสู่ “ฤดูกาลขับรถหน้าร้อน” ในสหรัฐ (summer driving season: ช่วงที่คนเดินทางมาก ทำให้ใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันดิบเพิ่ม) ซึ่งมักดันความต้องการน้ำมันให้สูงขึ้น เรามองว่าปัจจัยเหล่านี้ช่วยพยุงราคา WTI (WTI: น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐ) แถวระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากมองย้อนหลัง รูปแบบนี้คล้ายกับสภาพตลาดในไตรมาส 3 ปี 2025 ช่วงนั้นการเพิ่มขึ้นของสถานะซื้อเก็งกำไรเกิดขึ้นก่อนราคาจะปรับขึ้น โดยดัน WTI จากช่วงต้น 70 ดอลลาร์ไปเหนือ 85 ดอลลาร์ “ตัวอย่างในอดีต” นี้ควรนำมาพิจารณาในการวางสถานะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จากข้อมูลนี้ ผู้เทรดอาจพิจารณาวางแผนรับโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้น กลยุทธ์อย่าง “ซื้อคอลออปชัน” (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาขึ้น) หรือทำ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแลกกับจำกัดกำไร) บน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ” (crude futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) อาจให้ความคุ้มเสี่ยงและผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อรับประโยชน์จากการปรับขึ้นที่เป็นไปได้ผลต่อการเทรดและความเสี่ยงที่ควรพิจารณา
เรามองว่าการไม่เข้าตลาด (อยู่เฉย) หรือถือสถานะขายจำนวนมาก (short positions: เดิมพันว่าราคาจะลง) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets