แนวโน้มเงินเฟ้อและฉากหลังด้านนโยบาย
คาดว่าเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคจะยังสูงกว่า 2% และขยับขึ้นมาใกล้ 2.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมีนาคม สาเหตุเชื่อมโยงกับราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นและค่าเงินวอน (KRW: เงินสกุลเกาหลีใต้) ที่อ่อนลง รัฐบาลประกาศมาตรการเพื่อพยุงราคาและลดผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่าน ได้แก่ การกำหนดเพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Price Caps: จำกัดราคาขายไม่ให้เกินระดับที่กำหนด), การนำสินค้าคงสำรองออกมาใช้/ขาย (Releasing Reserves: ปล่อยสต็อกสำรองของรัฐ), การรณรงค์ประหยัดพลังงาน และงบประมาณเพิ่มเติม 25 ล้านล้านวอน (Supplementary Budget: งบเพิ่มนอกแผนงบเดิม) จากภาพรวมนี้ ควรวางตำแหน่งเพื่อรับโอกาสจากความแข็งแรงต่อเนื่องของกลุ่มเทคโนโลยีเกาหลีใต้ การส่งออกที่โตแรงจาก AI และชิปหน่วยความจำ บ่งชี้ว่า “คอลออปชัน” (Call Options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) ของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ หรือดัชนี KOSPI 200 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้) อาจทำกำไรได้ เราเคยเห็นลักษณะใกล้เคียงกันช่วงปลายปี 2025 เมื่อการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์พุ่งเกิน 40% เมื่อเทียบรายปี และช่วยหนุนตลาดอย่างมาก ค่าเงินวอนมีภาพที่ซับซ้อน จึงสร้างโอกาสสำหรับนักเทรดค่าเงิน โดยปกติการเกินดุลการค้าที่กว้างขึ้นมักเป็นบวกต่อวอน แต่ต้นทุนนำเข้าพลังงานที่สูงและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks: ความเสี่ยงจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ/สงคราม) กดดันให้วอนอ่อน ทำให้ USD/KRW (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อวอน) ผันผวน (Volatile: ขึ้นลงแรง) คาดว่าอยู่แถว 1370–1420 ดังนั้นกลยุทธ์อย่าง “ขายสแตรงเกิล” (Selling Strangles: ขายออปชันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายคนละราคา เพื่อหวังให้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและเก็บค่าเบี้ย) บนคู่ USD/KRW อาจเหมาะ หากคาดว่าจะยังแกว่งในกรอบแม้มีข่าวรบกวนการวางตำแหน่งด้านอัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน และความเสี่ยง
เมื่อเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกลดเร็ว ๆ นี้จึงต่ำ นั่นหมายความว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตร (Bond Futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาพันธบัตร) อาจเผชิญแรงกดดันในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ควรนึกถึงช่วงต้นปี 2024 ที่เงินเฟ้อยืดเยื้อ ทำให้ธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea: ธนาคารกลางของเกาหลีใต้) คงดอกเบี้ยไว้นานกว่าที่หลายคนคาด มาตรการกระตุ้นการคลังขนาดใหญ่ของรัฐบาล รวมถึงงบ 25 ล้านล้านวอน ตั้งใจช่วยเศรษฐกิจในประเทศ ขณะเดียวกันใช้เพดานราคาช่วยคุมเงินเฟ้อ แนวทางสองด้านนี้อาจช่วยพยุงบางกลุ่มธุรกิจที่อิงการบริโภคในประเทศไม่ให้รับผลกระทบเต็มจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเปิดโอกาสทำ “เทรดมูลค่าเปรียบเทียบ” (Relative Value Trades: ถือสินทรัพย์หนึ่งและลด/หลีกเลี่ยงอีกสินทรัพย์ เพื่อหวังผลต่าง) โดยให้น้ำหนักหุ้นในประเทศมากกว่ากลุ่มที่ไวต่อดอกเบี้ย (Rate-Sensitive Sectors: ธุรกิจที่กำไร/มูลค่าขึ้นลงตามดอกเบี้ยมาก) ความขัดแย้งในอิหร่านยังเป็นแหล่งสำคัญของความผันผวนของตลาด กระทบราคาน้ำมันและความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุน (Risk Sentiment: บรรยากาศการกล้ารับ/หลีกเลี่ยงความเสี่ยง) ความไม่แน่นอนที่สูงทำให้การซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Protection/Hedge: การลดความเสียหายหากตลาดลง) เช่น “พุตออปชันนอกเงิน” (Out-of-the-money Put Options: สิทธิขายที่ราคาใช้สิทธิอยู่ห่างจากราคาปัจจุบัน มักใช้เป็นประกันความเสี่ยง) บน KOSPI เป็นทางเลือกที่รอบคอบเพื่อคุ้มครองสถานะที่ถือฝั่งซื้ออยู่ (Long Positions: การถือสินทรัพย์โดยหวังให้ราคาเพิ่ม) การพุ่งขึ้นล่าสุดของ VKOSPI (ดัชนีความผันผวนของเกาหลีใต้: ตัวชี้วัดความคาดหวังความผันผวนในตลาด) จากต่ำกว่า 15 เป็นมากกว่า 20 ในเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลของตลาด
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets