This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

Thu Lan Nguyen แห่งคอมเมิร์ซแบงก์ปรับเพิ่มแนวโน้มราคาทองคำ คาดแตะ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 และ 5,200 ดอลลาร์ในปีถัดไป

by VT Markets
/
Mar 27, 2026
ธนาคาร Commerzbank ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำ หลังราคาลดลงล่าสุด 15% โดยตอนนี้คาดว่าแตะ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2026 และ 5,200 ดอลลาร์สหรัฐในปีถัดไป นอกจากนี้ยังปรับเป้าหมายสิ้นปีจาก 4,900 เป็น 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และปรับเป้าหมายสิ้นปีถัดไปจาก 4,800 เป็น 5,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ การปรับครั้งนี้เกิดตามความเคลื่อนไหวของตลาดช่วงล่าสุด

แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและภูมิรัฐศาสตร์

ธนาคารคาดว่าสงครามอิหร่านจะยุติในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และคาดว่าความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะลดลง Commerzbank คาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ยและดูแลสภาพคล่องของสหรัฐ) จะกลับมา “ลดอัตราดอกเบี้ย” อีกครั้งปลายปีนี้ และคาดว่าจะลดรวม 75 เบซิสพอยต์ (basis points: หน่วยวัดดอกเบี้ย 1 เบซิสพอยต์ = 0.01% ดังนั้น 75 เบซิสพอยต์ = 0.75%) ภายในกลางปีหน้า พร้อมกันนั้นยังคาดว่า “ผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐ” (US real yields: ผลตอบแทนของพันธบัตรหลังหักเงินเฟ้อ) จะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา บทความระบุว่าจัดทำด้วยเครื่องมือ AI และมีบรรณาธิการตรวจทาน เรามองว่าการย่อตัวแรง 15% ของทองคำล่าสุดไม่ใช่แนวโน้มถาวร แต่เป็นจังหวะเข้าซื้อที่น่าสนใจในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า โดยได้ปรับคาดการณ์ระยะยาวขึ้นเป็น 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2026 มุมมองนี้อิงจากสภาพเศรษฐกิจที่เห็นพัฒนามาตลอดปี 2025

แผนการเทรดสำหรับนักเทรดอนุพันธ์

ความมั่นใจนี้มาจากการคาดว่า Fed จะ “กลับลำ” ไปสู่การลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index หรือ CPI: ตัวเลขวัดการเปลี่ยนแปลงราคาโดยรวมที่ผู้บริโภคจ่าย) ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนมากอย่างอาหารและพลังงานออก) ชะลอลงมาอยู่ที่ 2.8% และรายงานการจ้างงานล่าสุดบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มเย็นลง ซึ่งสนับสนุนโอกาสที่นโยบายจะเปลี่ยน เราคาดว่าจะลดดอกเบี้ยรวม 75 เบซิสพอยต์ภายในกลางปีหน้า สำหรับนักเทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทองคำ ดัชนี หุ้น) นี่หมายความว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเปิดสถานะฝั่งขึ้นอาจเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ซื้อ “ออปชันซื้อ” (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) บน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” (futures: สัญญาตกลงซื้อ/ขายในอนาคตในราคาที่กำหนด) ของทองคำ หรือซื้อผ่าน ETF (กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้นและมีสินทรัพย์อ้างอิง) โดยเลือกวันหมดอายุปลายปี 2026 สถานะเหล่านี้ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการเด้งกลับที่คาดไว้ พร้อมจำกัดความเสี่ยงขาลง ความน่าถือครองของทองคำยังน่าจะดีขึ้นเมื่อความตึงเครียดระหว่างประเทศลดลง โดยคาดว่าความขัดแย้งอิหร่านจะค่อย ๆ คลี่คลายในฤดูใบไม้ผลินี้ เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ยในที่สุด ผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐมีแนวโน้มลดลง ซึ่งทำให้ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (opportunity cost: ผลประโยชน์ที่เสียไปจากการไม่เลือกทางเลือกอื่น) ของการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยอย่างทองคำลดลง จึงทำให้ทองน่าสนใจกว่าพันธบัตรรัฐบาล เมื่อมองย้อนจากปี 2025 เราจำได้ว่าเคยเกิดรูปแบบคล้ายกันในรอบการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่เริ่มในปี 2019 เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง ทองคำก็ปรับขึ้นแรงต่อเนื่องไปถึงปี 2020 เหตุการณ์ในอดีตนี้สนับสนุนมุมมองว่าเงื่อนไขปัจจุบันอาจนำไปสู่การปรับขึ้นครั้งใหญ่ของทองคำอีกครั้ง

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code