EUR/USD ถูกอธิบายว่ายังถูกกดดันต่อเนื่อง เพราะตลาดกำลังปรับพอร์ตเพื่อรับความเสี่ยงที่อาจรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง และภาวะการเงินโลกที่ “ตึงตัว” มากขึ้น (หมายถึงกู้ยืมยากขึ้น ต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น สภาพคล่องลดลง) มีรายงานว่ามีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารสหรัฐเพิ่มเติมไปยังภูมิภาค ซึ่งยิ่งทำให้นักลงทุน “เลี่ยงความเสี่ยง” (risk aversion: เป็นภาวะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ)
บทความชี้ว่า “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” ของตะวันออกกลาง (Sovereign Wealth Funds: กองทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่นำเงินสำรอง/รายได้จากทรัพยากร เช่น น้ำมัน ไปลงทุน) เป็นตัวแปรสำคัญในตลาดเงินทุนโลก เพราะโดยทั่วไปลงทุนผ่าน “ตลาดพันธบัตร” (bond markets: ตลาดซื้อขายตราสารหนี้) มากกว่า “เงินฝากธนาคาร” (bank deposits: เงินที่ฝากไว้กับธนาคาร) และเสริมว่า หากเข้าถึงรายได้จากพลังงานได้น้อยลง และมีภาระงบประมาณในประเทศเพิ่มขึ้น (domestic fiscal commitments: รัฐต้องใช้จ่าย/รับผิดชอบงบประมาณมากขึ้น) ก็อาจทำให้กองทุนเหล่านี้ลดการลงทุนในต่างประเทศ ส่งผลให้สภาพการเงินโลกตึงตัวขึ้น
Geopolitical Risk And Eur Usd Pressure
บทความระบุว่าสภาพแวดล้อมแบบนี้มักกดดัน “คู่เงินที่ขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ” (pro-cyclical currency pairs: มักแข็งค่าเมื่อเศรษฐกิจโลกดี และอ่อนค่าเมื่อคนกลัวเศรษฐกิจชะลอ) เช่น EUR/USD นอกจากนี้ยังบอกว่า การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้ม “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยการคง/ขึ้นดอกเบี้ย) เป็นแรงกดดันเพิ่มต่อคู่เงิน
บทความกล่าวว่าตลาดยังไม่ค่อย “ตั้งราคา” (price in: สะท้อนเข้าไปในราคาตลาดแล้ว) เรื่องการคุมเข้มนโยบายการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ความคาดหวังแบบเข้มงวดอาจยังคงอยู่ใน “เส้นอัตราดอกเบี้ยตลาดเงิน” (money market curves: กราฟที่สะท้อนอัตราดอกเบี้ยคาดการณ์ตามช่วงเวลา) เว้นแต่ราคาหุ้นจะร่วงแรง ในด้านระดับราคา บทความมองว่า EUR/USD อาจหลุดลงไปที่ 1.1485 และกลับไปทดสอบจุดต่ำแถว 1.1410/30
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets