สัญญาณจากธนาคารกลางและความต่างของนโยบาย
ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วสุดในเดือนเมษายน จากความกังวลเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) ที่เชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: ธนาคารกลางของญี่ปุ่น) ปรับประมาณการ “อัตราดอกเบี้ยตามธรรมชาติ” (natural rate of interest: ระดับดอกเบี้ยที่ไม่เร่งและไม่กดเศรษฐกิจ) เป็นราว -0.9% ถึง +0.5% จากเดิม -1.0% ถึง +0.5% ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น และเป็นปัจจัยที่ทำให้เข้าสู่การ “ทำให้นโยบายกลับสู่ปกติ” (policy normalisation: ลดมาตรการผ่อนคลายแบบพิเศษ/ค่อย ๆ ขึ้นดอกเบี้ยกลับสู่ระดับปกติ) ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นยังถูกเชื่อมโยงกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่มากขึ้น และความเสี่ยง “สแต็กเฟลชัน” (stagflation: เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง) มีการกล่าวถึงการคาดการณ์ว่าอาจมีการดำเนินการของทางการเพื่อจำกัดการอ่อนค่าของเงินเยน ทำให้ต้องระวังการขึ้นต่อของ GBP/JPY โดยมองว่าเป็นปัจจัยที่จำกัดการเคลื่อนไหวขึ้นที่แรงกว่านี้ ปีที่แล้ว GBP/JPY เคยขึ้นเข้าใกล้ 213 หลังธนาคารกลางอังกฤษส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อจากสงครามอิหร่าน ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีปัญหาเรื่องทิศทางนโยบาย ทำให้ความต่างของนโยบายชัดเจนและหนุนเงินปอนด์ให้แข็งค่า สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้การถือสถานะซื้อ (long positions: ซื้อไว้คาดว่าราคาจะขึ้น) ในคู่เงินดูเป็นทางเลือกที่เด่นชัด
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets