รายงานการประชุม BoJ และปฏิกิริยาตลาด
สมาชิกส่วนใหญ่ต้องการความยืดหยุ่น โดยตัดสินใจ “รายครั้งในแต่ละการประชุม” แทนการกำหนดจังหวะตายตัว Danske Bank ระบุว่าข้อมูลล่าสุดของญี่ปุ่นอ่อนลง โดย “Composite PMI” (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม: ตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการสำรวจภาคธุรกิจ) ลดลง และ “Core CPI” (เงินเฟ้อพื้นฐาน: ราคาโดยไม่รวมรายการผันผวนมาก เช่น อาหารสด/พลังงาน) ลดต่ำกว่าเป้าหมายเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากมาตรการอุดหนุนเชื้อเพลิง Danske Bank เสริมว่า “ต้นทุนปัจจัยการผลิต” (input costs: ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ค่าแรง) ยังสูง และเงินเยนยังอ่อน และคาดว่า BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปในเดือนเมษายน โดยบอกว่าตลาดให้โอกาสราว 50% (ความน่าจะเป็นตามราคาตลาด) Brown Brothers Harriman กล่าวว่า USD/JPY แกว่งตัวในกรอบแคบใต้ 159.00 เล็กน้อย โดยรายงานว่า “เงินเฟ้อทั่วไป” (headline inflation: รวมทุกรายการ) และ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” ชะลอลงในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่แรงกดดันด้านราคาที่แท้จริงยังสูงกว่าประมาณการของ BoJ สำหรับปีงบประมาณ 2026 และตลาดจับตาการประชุมวันที่ 28 เมษายนการวางสถานะก่อนการประชุมเดือนเมษายน
นักลงทุนควรพิจารณาวางสถานะเพื่อรับโอกาสที่ USD/JPY อาจปรับลงเมื่อเข้าใกล้การตัดสินใจนโยบาย การซื้อ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ ไม่ใช่ข้อบังคับ ในการซื้อ/ขาย) แบบ JPY call options (สิทธิซื้อเยน) หรือ USD put options (สิทธิขายดอลลาร์) ที่หมดอายุในเดือนพฤษภาคม เป็นวิธีตรงในการเล่นมุมมองนี้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก่อนการประชุม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ถือออปชัน สำหรับผู้ที่ต้องการแนวทางที่ค่อยเป็นค่อยไป การขาย “สเปรดคอล” USD/JPY แบบ “นอกเงิน” (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิไม่อยู่ในจุดที่มีกำไรทันที) ก็อาจใช้ได้ กลยุทธ์นี้มีกำไรหากคู่เงินอยู่ต่ำกว่าระดับหนึ่งหรือปรับลง และช่วยคุมต้นทุนในภาวะความผันผวนสูงขึ้น ประเด็นสำคัญคือวางสถานะเพื่อคาดว่าเงินเยนจะทรงตัวหรือแข็งขึ้น มากกว่าจะอ่อนลงต่อจากระดับนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets