ผลต่ออุปสงค์ในประเทศ
การที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเกาหลีใต้ลดลงมาอยู่ที่ 107 เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนต่อเศรษฐกิจในประเทศ หมายความว่าครัวเรือนมองอนาคตแย่ลง ซึ่งมักทำให้ใช้จ่ายน้อยลง จึงมีโอกาสกดดันหุ้นที่พึ่งพาการบริโภคและภาพรวมตลาด จากสัญญาณขาลงนี้ อาจพิจารณาซื้อ “ออปชันขาย (put option)” ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรหากตลาดลง โดยอ้างอิงดัชนี KOSPI 200 (ดัชนีหุ้นเกาหลีที่รวมบริษัทขนาดใหญ่ 200 บริษัท) ข้อมูลการซื้อขายล่าสุดยังบอกว่า “อัตราส่วน put ต่อ call (put-to-call ratio)” ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักฝั่งป้องกัน/มองลงมากแค่ไหน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.15 สะท้อนว่าผู้เล่นรายอื่นก็กำลังเตรียมรับการปรับลงด้วย ภาวะนี้ต่อเนื่องจากตัวเลขส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ที่ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนที่มากขึ้นอาจทำให้ความผันผวนของตลาดสูงขึ้น โดยดัชนี VKOSPI (ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลี คล้าย “ดัชนีความกลัว” ของตลาด) มีแนวโน้มปรับขึ้นจากระดับ 18 ในปัจจุบัน การซื้อ “สแตรดเดิล (straddle)” ซึ่งเป็นการซื้อออปชันซื้อและออปชันขายพร้อมกันบนสินทรัพย์เดียวกัน ช่วยให้มีโอกาสทำกำไรหากราคาขยับแรงไม่ว่าจะขึ้นหรือลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวมักทำให้ค่าเงินอ่อนลง จึงควรติดตามเงินวอนเกาหลี โดยธนาคารกลางเกาหลีคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5% ในเดือนนี้ เงินวอนอาจอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ เราอาจวางแผนด้วยการซื้อ “ออปชันซื้อ (call option)” ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด บนคู่เงิน USD/KRW (ดอลลาร์สหรัฐต่อวอนเกาหลี) โดยมองเป้าหมายการขึ้นไปทดสอบ “แนวต้าน (resistance)” ที่ 1,350 ซึ่งเป็นระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้ตัวอย่างจากอดีตและการประเมินความเสี่ยง
หากมองย้อนหลังจากมุมมองในปี 2025 เราเคยเห็นความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงแรงลักษณะคล้ายกันในช่วงปลายปี 2022 เหตุการณ์นั้นเกิดก่อนที่ดัชนี KOSPI จะลดลงราว 7% ใน 6 สัปดาห์ถัดมา เพราะเงินทุนต่างชาติไหลออก สถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะคล้ายช่วงนั้น และควรระมัดระวังในระดับเดียวกัน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets