ผลต่อราคาในระยะสั้น
ข้อมูลล่าสุดจาก API ที่ชี้ว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่ม 2.3 ล้านบาร์เรล ทั้งที่คาดว่าจะ “ลดลง” เป็นสัญญาณลบต่อราคาในระยะสั้นอย่างชัดเจน การเพิ่มของสต็อกแบบเหนือคาดนี้บอกเป็นนัยว่า “ความต้องการซื้อ (อุปสงค์)” อ่อนลง หรือ “ปริมาณขาย/การผลิต (อุปทาน)” มีมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ตอนนี้ต้องจับตาว่าราคา WTI (น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เป็นราคามาตรฐานของน้ำมันดิบสหรัฐฯ) จะหลุด “แนวรับ” (ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง ไม่ให้ลงต่อ) สำคัญที่เคยเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนได้หรือไม่ มุมมองนี้ยิ่งชัดขึ้นจากรายงาน EIA (หน่วยงานพลังงานของสหรัฐฯ ที่รายงานสต็อกน้ำมันอย่างเป็นทางการ และตลาดให้ความสำคัญมากกว่า) เมื่อวาน ซึ่งยืนยันแนวโน้มด้วยสต็อกเพิ่ม 1.9 ล้านบาร์เรล อีกทั้งข้อมูลล่าสุดยังระบุว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นของโรงกลั่นสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ 86% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนว่าการกลั่นน้ำมันดิบลดลง และอาจหมายถึงความต้องการสินค้าน้ำมันสำเร็จรูปอ่อนลง ข้อมูลนี้ตอกย้ำภาพตลาดที่มีสินค้าเพียงพอเข้าสู่ไตรมาส 2การเปลี่ยนเรื่องเล่าของตลาด
ตอนนี้ตลาดหันไปโฟกัสเรื่อง “ความต้องการใช้น้ำมันลดลง” ซึ่งต่างจากช่วงปี 2025 ที่กังวลฝั่งอุปทานเป็นหลัก ในตอนนั้น การเพิ่มของสต็อกลักษณะนี้มักถูกมองข้าม เพราะตลาดให้น้ำหนักกับกำลังการผลิตสำรองที่ไม่มากของ OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตร ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่ร่วมกันมีอิทธิพลต่อปริมาณผลิต) และความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ ปัจจุบัน เรื่องเล่าถูกขับเคลื่อนมากขึ้นจากสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets