Key Pmi Highlights
ในสหรัฐฯ Composite PMI (PMI รวมหลายภาคส่วน) ลดลงสู่ 51.4 จาก 51.9 และ Services PMI (PMI ภาคบริการ) ลดลงสู่ 51.1 จาก 51.7 ทั้งคู่ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ Manufacturing PMI (PMI ภาคการผลิต/โรงงาน) เพิ่มขึ้นสู่ 52.4 จาก 51.6 ในยูโรโซน Composite PMI ลดลงสู่ 50.5 จาก 51.9 ต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่ Services PMI ลดลงสู่ 50.1 จาก 51.9 ส่วน Manufacturing PMI เพิ่มขึ้นสู่ 51.4 จาก 50.8 สูงสุดในราวเกือบ 4 ปี ตลาดปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง โดยขณะนี้คาดว่าเฟด (Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะคงดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2026 ขณะที่ตลาด “ตั้งราคาไว้แล้ว” สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งของ ECB (ECB: ธนาคารกลางยุโรป) และ Martins Kazaks ของ ECB ระบุว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อขยายจากต้นทุนพลังงาน (inflation spreads from energy: เงินเฟ้อจากราคาพลังงานลามไปสินค้าบริการอื่น)Central Bank Divergence
คาดการณ์ของตลาดเรื่อง “ความต่างนโยบายธนาคารกลาง” (central bank divergence: ธนาคารกลางแต่ละแห่งใช้นโยบายต่างกัน เช่น ฝั่งหนึ่งขึ้นดอกเบี้ย แต่อีกฝั่งคงดอกเบี้ย) เป็นไปตามนั้น โดย ECB ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ทำให้อัตราดอกเบี้ยหลักอยู่ที่ 5.00% ขณะที่เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (benchmark rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลาง) ในช่วง 5.25-5.50% ความต่างของนโยบายนี้เป็นปัจจัยหลักที่หนุนเงินยูโร ทำให้ EUR/USD ขยับจากต่ำกว่า 1.16 ไปอยู่ราว 1.1850 จากภาพรวมนี้ กลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อ/ขายสินทรัพย์ตามราคาและเวลาในสัญญา) ที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นต่อของ EUR/USD แต่ช้าลง อาจเหมาะสม เราเห็นความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) เพิ่มจากราว 6% กลางปี 2025 เป็นมากกว่า 9% ในเดือนมกราคม 2026 และยังอยู่ในระดับสูง การขายพุทนอกเงิน (selling out-of-the-money puts: ขายออปชัน “สิทธิขาย” ที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อรับค่าเบี้ย) บนเงินยูโรอาจเป็นทางเลือกเพื่อรับค่าเบี้ย (premium: เงินที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขายออปชัน) หากมองว่านโยบายเข้มงวดของ ECB (hawkish stance: แนวโน้มให้ดอกเบี้ยสูง/ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) ช่วยพยุงค่าเงิน ระยะถัดไป ควรจับตาเงินเฟ้อทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ล่าสุดเงินเฟ้อ HICP ของยูโรโซน (HICP: ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบมาตรฐานของยุโรป) ชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ 3.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจทำให้ ECB ไม่อยากส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม ขณะเดียวกัน หากเจ้าหน้าที่เฟดเริ่มกังวลเรื่องดอลลาร์แข็ง ก็อาจทำให้แนวโน้มกลับตัวได้เร็ว ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ (interest rate differential: ความต่างของดอกเบี้ยสองประเทศ) แคบลงมาก และยังหนุนเงินยูโร ผู้ค้าควรพิจารณาใช้ฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกมัดซื้อ/ขายในอนาคตตามราคาที่ตกลง) เพื่อแสดงมุมมองต่อทิศทางของส่วนต่างนี้โดยตรง วิธีนี้ทำให้เล่นตามความต่างนโยบายการเงินได้ตรงขึ้น โดยไม่ต้องรับความผันผวนรายวันของอัตราแลกเปลี่ยนทันที (spot currency: อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน/ซื้อขายส่งมอบทันที)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets