มุมมองธนาคารกลางและตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญ
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ขึ้นดอกเบี้ย 25 basis points (0.25%) เป็น 4.10% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยผลโหวต 5-4 ข้อมูลถัดไปคือ CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) เดือนกุมภาพันธ์ในวันพุธ โดยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 3.8% เทียบรายปี และ trimmed mean (ค่าเงินเฟ้อเฉลี่ยแบบตัดค่าที่ผันผวนมากออก เพื่อสะท้อนแนวโน้มแท้จริง) อยู่ที่ 3.4% ฝั่งสหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงดอกเบี้ยที่ 3.50% ถึง 3.75% เมื่อ 18 มีนาคม ด้วยผลโหวต 11-1 โดยจะมีข้อมูล PMI เบื้องต้นเดือนมีนาคมประกาศวันอังคาร พร้อมตัวเลขผลิตภาพไตรมาส 4 (productivity ประสิทธิภาพการผลิตต่อชั่วโมงทำงาน) และต้นทุนแรงงานต่อหน่วย (unit labour cost ต้นทุนแรงงานต่อผลผลิต 1 หน่วย) ในกราฟ 1 ชั่วโมง AUD/USD อยู่ที่ 0.7013 หลังดีดกลับจากต่ำกว่า 0.6950 แนวต้านอยู่ที่ 0.7030, 0.7050 และ 0.7070 ส่วนแนวรับอยู่ที่ 0.7000, 0.6980 และ 0.6950ไอเดียการเทรดเมื่อมองขาลง
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานวันนี้ยังเป็นแรงกดดันต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย แม้ไม่รุนแรงเท่าช่วงช็อกการเมืองระหว่างประเทศ ตัวชี้วัด CPI รายเดือนล่าสุดของออสเตรเลียในเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 3.4% และยังลงช้า ทำให้ RBA ยังถูกกดดันเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate ดอกเบี้ยหลักที่ RBA ใช้กำหนดทิศทางการเงิน) อยู่ที่ 4.35% ผู้เทรดควรระวังหากข้อมูลกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะประกาศต่อไปออกมาอ่อน เพราะอาจทำให้ RBA ตัดสินใจลำบากระหว่าง “คุมเงินเฟ้อ” กับ “พยุงเศรษฐกิจ” อีกด้านหนึ่ง ดอลลาร์สหรัฐแข็งแกร่งกว่าปีก่อนมาก ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย Fed funds (ดอกเบี้ยระยะสั้นหลักของสหรัฐ) อยู่ในช่วง 5.25% ถึง 5.50% ขณะที่ CPI ล่าสุดของสหรัฐสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ชี้ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ที่ 3.2% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential ความต่างของดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) จึงเอื้อให้ถือดอลลาร์สหรัฐมากกว่าดอลลาร์ออสเตรเลีย ด้วยฉากหลังนี้ ผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) อาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อ AUD/USD ค่อยๆ ลงหรือร่วงแรง การซื้อ put options (สัญญาออปชันให้สิทธิขาย เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลง) ที่หมดอายุใน 1–2 เดือนข้างหน้า เป็นวิธีเล่นขาลงโดยตรง หากราคาเริ่มยืนระดับสำคัญไม่ได้ เช่น 0.6500 ผู้ที่ต้องการลดต้นทุน อาจใช้ bear put spread (ซื้อ put ที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขาย put อีกตัวที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า เพื่อลดค่าเบี้ย แต่จำกัดกำไร/ความเสี่ยง) เพื่อโฟกัสเป้าหมายการลงในระยะที่ต้องการ ควรจับตาการเด้งระยะสั้นด้วย หากราคาดีดขึ้นไปแถวแนวต้านที่ราว 0.6600 อาจเป็นจุดที่ดีกว่าสำหรับเปิดสถานะขาย (short คือทำกำไรเมื่อราคาลง) การขาย call ที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money call ออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน) หรือทำ call spread (กลยุทธ์ใช้ออปชันซื้อสองขา เพื่อลดความเสี่ยง/ต้นทุน) บนจังหวะดีดขึ้น อาจช่วยรับค่าเบี้ย (premium เงินที่ได้รับ/จ่ายสำหรับออปชัน) พร้อมคงมุมมองขาลงไว้ สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets