This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันพุ่งสูง กระตุ้นแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง กด GBP/USD หลุดต่ำกว่า 1.3350 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า

by VT Markets
/
Mar 20, 2026
GBP/USD ร่วง 0.84% ในวันศุกร์ เพราะนักลงทุนรับความเสี่ยงน้อยลง หลังสงครามตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น และตลาดมองว่าในปี 2026 จะไม่มีการ “ลดดอกเบี้ย” ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดดอกเบี้ยนโยบาย) คู่เงินซื้อขายต่ำกว่า 1.3350 หลังทำจุดสูงสุดระหว่างวัน 1.3442 ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีที่วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินหลัก) เพิ่มขึ้น 0.48% ความต้องการดอลลาร์เพิ่มขึ้นตามความกังวลว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นจากราคาพลังงาน

สัญญาณจากธนาคารกลางและการคาดการณ์ของตลาด

ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England หรือ BoE: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) คงดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate: อัตราดอกเบี้ยหลักของ BoE) โดยมติ 9-0 ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อจากปัจจัยภายนอกที่โยงกับสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ต่อมาจึงเห็นตลาดเงิน (money markets: ตลาดซื้อขายตราสารการเงินระยะสั้น) คาดว่าดอกเบี้ยอังกฤษจะขึ้นรวม 78 เบซิสพอยต์ภายในสิ้นปี (basis point: หน่วย 0.01% เช่น 78 เบซิสพอยต์ = 0.78%) Fed ก็ตรึงดอกเบี้ยไว้ และเจอโรม พาวเวลล์กล่าวว่าการลดดอกเบี้ยจะขึ้นกับความคืบหน้าของเงินเฟ้อ พร้อมเตือนว่าสงครามอิหร่านอาจดันเงินเฟ้อขึ้น คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์กล่าวว่าหากราคาน้ำมันสูงอยู่นานหลายเดือน อาจส่งผ่านไปสู่ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) และมิเชล โบว์แมนกล่าวว่าเธอคาดไว้ว่าอาจลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ตลาดให้น้ำหนักโอกาส 13% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า อ้างอิงข้อมูลจาก Prime Market Terminal (ระบบข้อมูลตลาดการเงิน) สัปดาห์หน้ามีข้อมูลสหรัฐ ได้แก่ Flash PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อฉบับเร็ว: ตัวชี้วัดกิจกรรมภาคธุรกิจ), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Jobless Claims) และสต็อกสินค้าคงคลังขายส่ง (Wholesale Inventories) รวมถึงฝั่งอังกฤษ ได้แก่ Flash PMI, CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค: วัดเงินเฟ้อผู้บริโภค) และ PPI (ดัชนีราคาผู้ผลิต: วัดต้นทุน/ราคาหน้าโรงงาน) เชิงเทคนิค (technical: การดูกราฟราคาเพื่อหาจุดรับ-ต้าน) GBP/USD อยู่ที่ 1.3313 แนวต้าน (resistance: ระดับราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก) ใกล้ 1.3400, 1.3500 และ 1.3650 แนวรับ (support: ระดับราคาที่มักลงต่อได้ยาก) ใกล้ 1.3313, 1.3250 และ 1.3035 หากปิดต่ำกว่า 1.3250 มีโอกาสไปโซน 1.30 ต้น ๆ แต่ถ้าขึ้นเหนือ 1.3500 จะกลับไปโฟกัส 1.3650 เนื่องจากสัญญาณขัดแย้งกัน ควรเตรียมรับความผันผวนสูงใน GBP/USD สงครามตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นและราคาพลังงานที่พุ่ง เป็นปัจจัยที่มักทำให้ดอลลาร์แข็งในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกลัวความเสี่ยง) บรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้กำลังกดทับมุมมองคุมเข้มของ BoE น้ำมันดิบ Brent (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงของยุโรป/โลก) พุ่งมากกว่า 15% ในเดือนนี้ ซื้อขายเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้เงินเฟ้อเป็นประเด็นหลักของ Fed และทำให้ตลาดตัดความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในปี 2026 ภาพความกลัวสะท้อนในดัชนี VIX (VIX: ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ที่ขึ้นเหนือ 25 สัปดาห์นี้ ภาวะแบบนี้ทำให้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) มีราคาแพง จึงต้องเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะสม

การวางกลยุทธ์ออปชันเมื่อความผันผวนสูง

หากมองลง อาจใช้ bear put spread (สเปรดพุตขาลง: ซื้อพุต 1 สัญญาและขายพุตอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุน) แทนการซื้อพุตตรง ๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เป้าหมายไปที่แนวรับ 1.3250 ในระยะสั้นยังดูได้ หากความตึงเครียดการเมืองโลกยังสูง กลยุทธ์นี้กำหนดความเสี่ยงชัดเจนและอาศัยแรงลงที่มีอยู่ แต่ข้อมูลเงินเฟ้ออังกฤษที่กำลังจะออกเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้แนวโน้มกลับเร็ว ก่อนหน้านี้เห็น CPI อังกฤษขยับขึ้นเกินคาดเป็น 3.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นถ้าออกมาร้อนแรงอีก จะกดดันให้ BoE เข้มงวดขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดไว้แล้ว 78 เบซิสพอยต์ ทำให้การถือสถานะขายผ่านช่วงประกาศข้อมูลมีความเสี่ยงสูง เพื่อเล่นความผันผวนรอบการประกาศ CPI อังกฤษ อาจพิจารณา long strangle (สแตรงเกิลฝั่งซื้อ: ซื้อคอลและซื้อพุตที่ราคาใช้สิทธินอกตลาด หรือ out-of-the-money—ราคาที่ยังไม่ “เข้าทาง” หากใช้สิทธิทันที) เพื่อได้กำไรหากราคาแกว่งแรงไปทางใดทางหนึ่ง นี่คือการเล่น “ความผันผวน” โดยหวังว่าข้อมูลจะทำให้ตลาดตกใจ ในปี 2022 เคยเกิดรูปแบบคล้ายกัน เมื่อความขัดแย้งในยุโรปทำให้ราคาพลังงานช็อก และบีบให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรง ปฏิกิริยาของ Fed ตอนนั้นสะท้อนว่าจริงจังกับการสู้เงินเฟ้อจากสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity-driven inflation: เงินเฟ้อที่ถูกดันโดยราคาสินค้าอย่างน้ำมัน/โลหะ) และสนับสนุนมุมมองคุมเข้มในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ชี้ว่าเมื่อ Fed และ BoE ต่างคุมเข้ม ดอลลาร์มักได้ประโยชน์เมื่อโลกไม่แน่นอน ในมุมกราฟ แนวต้านแถว 1.3400 และ 1.3500 ยังดูแข็ง หากเชื่อว่าขึ้นได้จำกัด การขาย call spread (สเปรดคอลฝั่งขาย: ขายคอล 1 สัญญาและซื้อคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าเพื่อล็อกความเสี่ยง) โดยให้ราคาใช้สิทธิฝั่งขายอยู่เหนือ 1.3450 อาจสร้างรายได้ วิธีนี้ใช้ประโยชน์จาก “พรีเมียมออปชัน” (option premium: ค่าที่จ่าย/รับเพื่อซื้อ/ขายสัญญาออปชัน) ที่สูง พร้อมคุมความเสี่ยงไว้ชัดเจน

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code