สภาวะการซื้อขายระยะสั้น
คาดว่าสภาวะการซื้อขายระยะสั้นจะผันผวนขึ้นลงแรง ราคาอาจไปต่อได้ยากและไม่สามารถสร้างแรงส่งต่อเนื่องได้ ภาพระยะยาวยังถือว่าเอื้อ โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง เราพบว่าราคาทองคำลดลง เพราะอัตราผลตอบแทนทั่วโลกสูงขึ้นและความกังวลเงินเฟ้อกลับมา รายงาน CPI เดือนกุมภาพันธ์ 2026 (ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ชี้ว่าเงินเฟ้อยังสูงที่ 3.1% ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร) กลับขึ้นเหนือ 4.75% สภาพแวดล้อมนี้ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ เฟด) จะลดดอกเบี้ยทันทีลดลง นักลงทุนยังคงถอนเงินออกจาก ETF ที่อ้างอิงทองคำ โดยเงินไหลออกสุทธิ (เงินออกมากกว่าเงินเข้า) มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกปี 2026 แนวโน้มนี้เพิ่มแรงกดดันขาลงต่อทองคำ นอกจากนี้ยังพบการขายเพื่อลดความเสี่ยงเป็นช่วง ๆ ในเวลาที่ตลาดตึงเครียด คล้ายกับที่เกิดขึ้นตอนตลาดผันผวนในไตรมาส 3 ปี 2025 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ความผันผวนลักษณะนี้ทำให้เทรดเดอร์อาจพิจารณาขายออปชันคอลที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money call options: สิทธิซื้อที่ “ราคาใช้สิทธิ” สูงกว่าราคาปัจจุบัน จึงยังไม่น่าถูกใช้สิทธิ) เพื่อรับพรีเมียม (ค่าที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) โดยมองว่าโอกาสทะลุขึ้นแรงไม่น่ามี หรืออีกทางคือซื้อออปชันพุทระยะสั้น (put options: สิทธิขาย) เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งว่าราคาจะลงต่อ กลยุทธ์เหล่านี้สอดคล้องกับมุมมองว่าทองคำจะไปต่อแบบมีแรงส่งต่อเนื่องได้ยากการวางแผนระยะยาว
แม้ระยะสั้นถูกกดดัน แต่ภาพใหญ่ยังได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ และความต้องการจากธนาคารกลาง เราเห็นว่าธนาคารกลาง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ (ประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา) ซื้อทองคำมากตลอดปี 2025 และแนวโน้มนี้ยังช่วยพยุงราคาอยู่ แรงหนุนนี้ทำให้มุมมองระยะกลางเป็นบวกมากขึ้น ดังนั้นเทรดเดอร์ที่มองยาวอาจพิจารณาถือสถานะฝั่งขาขึ้น (คาดว่าราคาจะขึ้น) ด้วยออปชันที่หมดอายุปลายปี 2026 เช่น ซื้อออปชันคอล หรือขายออปชันพุทที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า (strike price: ราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาออปชันสำหรับการซื้อ/ขาย) เพื่อเตรียมรับการกลับมาของแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง วิธีนี้ช่วยมองข้ามความผันผวนระยะสั้นและกำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets