อัปเดตราคาทองคำซาอุดีอาระเบีย
FXStreet คำนวณราคาทองคำในซาอุฯ โดยแปลง “ราคาทองคำโลก” เป็นเงินริยาลซาอุฯ ผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/SAR (USD/SAR: อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อริยาลซาอุฯ) และใช้หน่วยชั่งน้ำหนักในพื้นที่ ราคาอัปเดตทุกวันตามราคาตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และราคาจริงในพื้นที่อาจต่างเล็กน้อย ธนาคารกลาง (central banks: หน่วยงานของรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและเงินสำรองของประเทศ) เป็นผู้ถือทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรอง 1,136 ตัน คิดเป็นราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทองคำ) ซึ่งเป็นยอดรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจเคลื่อนไหวสวนกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น (equities: หุ้น) ราคาทองยังได้รับผลจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัว) และอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มขึ้นล่าสุดสะท้อนแนวโน้มตลาดที่กว้างขึ้นจากการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ส่งสัญญาณว่าอาจหยุดหรือผ่อนความเข้มงวดของนโยบายการเงิน (tighter monetary policy: การขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่องเพื่อคุมเงินเฟ้อ) สภาพแวดล้อมสำหรับสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกเบี้ย” (non-yielding assets: สินทรัพย์ที่ถือแล้วไม่มีดอกเบี้ย เช่น ทองคำ) จึงดีขึ้น ทำให้ทองดูน่าสนใจกว่าสินทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยMarket Drivers And Trading Outlook
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index/DXY: ดัชนีวัดความแข็งค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) อ่อนลง ลดเกือบ 3% จากจุดสูงสุดไตรมาสก่อนมาแถว 101.50 ความสัมพันธ์แบบสวนทางนี้มักหนุนทอง เพราะทำให้ทอง “ถูกลง” สำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังซื้อทองต่อเนื่องตลอดปี 2025 มากกว่า 1,000 ตันเป็นปีที่สามติดต่อกัน ช่วยพยุงราคา สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ทอง) อาจใช้แนวทางซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคา/เวลาที่กำหนด) บนสัญญาฟิวเจอร์สทอง (gold futures: สัญญาซื้อขายทองล่วงหน้า) หรือ ETF ที่เกี่ยวข้อง (ETF: กองทุนซื้อขายในตลาดที่ติดตามราคาสินทรัพย์) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า วิธีนี้เปิดโอกาสได้กำไรหากราคาขึ้น และจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้ที่ค่าเบี้ยออปชัน (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) เพราะยังไม่แน่ชัดว่าเริ่มลดดอกเบี้ยเมื่อไร การถือคอลออปชันจึงให้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบ “ความเสี่ยงต่อผลตอบแทน” (risk-reward: ชั่งน้ำหนักโอกาสกำไรเทียบโอกาสขาดทุน) ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ในตลาดออปชันเพิ่มขึ้น สื่อว่าผู้เล่นจำนวนมากคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวของราคาแรง เมื่อเทียบกับปี 2025 ภาพนี้คล้ายปลายปี 2023 ตอนตลาดเริ่มคาดการลดดอกเบี้ย ซึ่งนำไปสู่การขึ้นแรงถึงต้นปี 2024 ดังนั้นการเปิดสถานะมองขึ้น (bullish positions: การลงทุนที่คาดว่าราคาจะขึ้น) ตอนนี้จึงเหมาะก่อนแนวโน้มจะเร่งตัว สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets