FXStreet แปลงราคาทองคำโลกอย่างไร
FXStreet แปลงราคาทองคำสากลเป็นราคาในประเทศ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/PHP (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซฟิลิปปินส์) และหน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในพื้นที่ ราคาจะอัปเดตรายวันตามราคาตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาจริงในประเทศอาจต่างกัน ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำสำรองมากที่สุด ธนาคารกลางเพิ่มทองคำ 1,136 ตัน (หนึ่งตัน = 1,000 กิโลกรัม) มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของ World Gold Council (สภาทองคำโลก: องค์กรที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทองคำ) ซึ่งเป็นการซื้อรายปีสูงสุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออกเพื่อกู้เงิน) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาอาจเปลี่ยนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำซื้อขายโดยอ้างอิงเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ)ปัจจัยสำคัญที่นักเทรดกำลังจับตา
แรงหนุนสำคัญของราคาคือการซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง หลังจากการเพิ่มการถือครองที่ทำสถิติสูงในปี 2022 และ 2023 ธนาคารกลาง โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีนและอินเดีย ยังเดินหน้าลดการพึ่งพาดอลลาร์ด้วยการกระจายการถือครองสินทรัพย์ (diversify: แบ่งไปถือหลายอย่างเพื่อลดความเสี่ยง) การซื้อที่สม่ำเสมอนี้ช่วยพยุงตลาด ความสัมพันธ์แบบสวนทางระหว่างทองคำกับเงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นปัจจัยหลักที่นักเทรดต้องติดตาม ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ) เปลี่ยนทิศจากนโยบายการเงินแบบตึงตัวในปี 2023–2024 (restrictive monetary policy: การขึ้นดอกเบี้ย/ดูดเงินออกเพื่อลดเงินเฟ้อ) ทำให้ดอลลาร์ถูกกดดันระดับหนึ่ง และทำให้ทองคำน่าสนใจขึ้น สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยต่ำทำให้ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ลดลง (opportunity cost: สิ่งที่ต้องยอมเสียไปเมื่อเลือกถืออย่างหนึ่งแทนอีกอย่าง) สำหรับการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล เช่น ทองคำแท่ง (bullion: ทองคำแท่งเพื่อการลงทุน) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดอนุพันธ์ (derivative traders: ผู้ซื้อขายสัญญาที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ) อาจพิจารณาใช้คอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อรับโอกาสจากการขึ้นต่อ แม้ทองจะปรับขึ้นมาแล้วมาก กลยุทธ์นี้ช่วยให้ร่วมรับกำไรได้ โดยกำหนดความเสี่ยงไว้ชัดเจนและจำกัด เหมาะเมื่อราคามีโอกาสย่อตัวระยะสั้น (pullback: ราคาอ่อนลงชั่วคราวหลังขึ้นแรง) หรือพักฐาน (consolidation: แกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่คาดว่าราคาจะขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป คือ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: กลยุทธ์ออปชันฝั่งมองขึ้นแบบจำกัดกำไร/จำกัดความเสี่ยง) วิธีนี้คือซื้อคอลออปชัน แล้วขายคอลออปชันอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า (strike price: ราคาที่ระบุในสัญญาให้ซื้อ/ขาย) ซึ่งช่วยลดต้นทุนรวมของการทำรายการ เป็นวิธีทำกำไรเมื่อมุมมองเป็นขาขึ้นระดับปานกลาง โดยไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน (premium: ราคา/ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) เต็มจำนวนเหมือนการซื้อคอลแบบเดี่ยว สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets