ข้อมูลอ้างอิงราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
FXStreet แปลงราคาทองคำสากลเป็น AED โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/AED (ดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) และหน่วยชั่งน้ำหนักในท้องถิ่น ตัวเลขอัปเดตทุกวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ และใช้เพื่ออ้างอิง โดยราคาจริงในพื้นที่อาจต่างกันได้ ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด ข้อมูลจาก World Gold Council (สภาทองคำโลก: องค์กรที่ติดตามและรายงานข้อมูลตลาดทองคำ) ระบุว่าในปี 2022 ธนาคารกลางเพิ่มการถือครองทองคำ 1,136 ตัน มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดรวมรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) และอาจสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาอาจตอบสนองต่อเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย เพราะทองคำไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (yield: ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย/รายได้จากการถือครอง) ความแข็งแกร่งล่าสุดของราคาทองคำสะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย หลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ “หยุด” การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นักลงทุนจึงประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจใหม่ ความรู้สึกนี้ชัดขึ้นเมื่อรายงานการจ้างงานสหรัฐล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ชี้ว่าตลาดแรงงานชะลอลงเล็กน้อย ทำให้ความต้องการ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven assets: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อกลัวความเสี่ยง) เพิ่มขึ้นปัจจัยตลาดและการวางกลยุทธ์การเทรด
ควรสังเกตด้วยว่าอุปสงค์จากธนาคารกลางยังสูงต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงราคาไว้ได้ World Gold Council ยืนยันว่าแนวโน้มการซื้อสุทธิที่สูงตลอดปี 2025 (net purchases: ซื้อรวมมากกว่าขาย) ต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1 ปี 2026 โดยทั่วโลกเพิ่มมากกว่า 200 ตันแล้ว การซื้อสม่ำเสมอจากสถาบันขนาดใหญ่ (institutions: องค์กรการเงิน/หน่วยงานขนาดใหญ่) เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนระดับราคาปัจจุบัน แม้ทองคำมักสัมพันธ์แบบสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ แต่การที่ดอลลาร์ช่วงหลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (sideways consolidation: แกว่งตัวไปมา ไม่ขึ้นหรือลงชัดเจน) ยังไม่กดดันราคาทองอย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่านี่สะท้อนความแข็งแรงของทองคำที่มาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้ง/ความเสี่ยงระหว่างประเทศ) และความกังวลว่าตลาดหุ้นเริ่มไปต่อยาก ดัชนี S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐของบริษัทขนาดใหญ่) เช่น ยังผ่านจุดสูงสุดของเดือนมกราคม 2026 ได้ยาก ทำให้ทองคำน่าสนใจขึ้นเป็นทางเลือก สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่ราคาอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ) ประเด็นนี้บ่งชี้ว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) น่าจะยังสูงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) หรือใช้กลยุทธ์บูลคอลสเปรด (bull call spreads: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิหนึ่งและขายคอลอีกระดับ เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร/ขาดทุน) อาจเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับรับโอกาสปรับขึ้น สภาพแวดล้อมตอนนี้ทำให้การถือสถานะ “ฝั่งซื้อ” ทองคำบางส่วน (long exposure: ถือเพื่อหวังราคาเพิ่ม) เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลเพื่อป้องกันความเสี่ยงหากสินทรัพย์เสี่ยงปรับลงกะทันหัน (hedge: ลดความเสี่ยง/กันความเสี่ยง)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets