แนวโน้มเงินเฟ้อและสัญญาณนโยบาย
เธอกล่าวว่าราคาพลังงานคาดว่าจะดันเงินเฟ้อสูงกว่า 2% ในระยะใกล้ ขณะที่ตัวชี้วัดเงินเฟ้อพื้นฐาน (underlying inflation: เงินเฟ้อที่ตัดสิ่งผันผวนมาก เช่น พลังงาน/อาหาร เพื่อดูแนวโน้มจริง) ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย 2% เธอยังกล่าวว่ากำไรบริษัทฟื้นตัว ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น และตัวชี้วัดค่าจ้างชี้ว่าแรงกดดันเริ่มผ่อนลงต่อเนื่อง ECB ระบุว่าประมาณการของทีมงานรวมข้อมูลถึงวันที่ 11 มีนาคม และได้ปรับประมาณการเงินเฟ้อขึ้นจากเดือนธันวาคม โดยเฉพาะปี 2026 เงินเฟ้อที่ไม่รวมพลังงานและอาหารคาดที่ 2.3% ในปี 2026, 2.2% ในปี 2027 และ 2.1% ในปี 2028; การเติบโตคาดที่ 0.9% ในปี 2026, 1.3% ในปี 2027 และ 1.4% ในปี 2028 ECB ระบุว่าจะยึดตามข้อมูล (data-dependent: ปรับนโยบายตามตัวเลขจริง) และตัดสินใจเป็นรายประชุม โดยไม่ให้สัญญาล่วงหน้าเรื่องทิศทางดอกเบี้ย ขณะเดียวกันพอร์ต APP และ PEPP ลดลงเมื่อพันธบัตรครบกำหนดแล้วไม่นำเงินไปลงทุนต่อ (APP/PEPP: โครงการซื้อสินทรัพย์/ซื้อพันธบัตรช่วงโควิด เพื่ออัดฉีดสภาพคล่อง) หลังประกาศ EUR/USD (ค่าเงินยูโรเทียบดอลลาร์) ขึ้น 0.45% ที่ 1.1500การวางกลยุทธ์รับความผันผวน
เราเห็นดัชนี VSTOXX (ตัวชี้วัดความผันผวนของ Euro Stoxx 50: ดัชนีหุ้นบลูชิพยุโรป) เพิ่มมากกว่า 30% ในเดือนล่าสุด ขึ้นไปเหนือ 24 ซึ่งเป็นระดับที่เคยเห็นช่วงตลาดผันผวนปลายปี 2024 สะท้อนว่านักลงทุนเตรียมรับการแกว่งแรงในหุ้นยุโรป การซื้อสแตรดเดิลหรือสแตรงเกิล (straddle/strangle: กลยุทธ์ “ออปชัน” ที่ซื้อสิทธิ์ทั้งขึ้นและลง เพื่อหวังกำไรเมื่อราคาเหวี่ยงแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) บนดัชนีหลัก ทำให้ได้สถานะที่ได้ประโยชน์หากตลาดขึ้นจากข่าวสันติภาพ หรือร่วงจากความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น สำหรับอัตราดอกเบี้ย แม้ ECB ยัง “คงดอกเบี้ย” แต่ความเสี่ยงเอนไปทางเซอร์ไพรส์สายเข้ม (hawkish: ท่าทีคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/เข้มงวด) หากราคาพลังงานยังดันเงินเฟ้อสูงขึ้น สัญญา FRA (forward rate agreements: สัญญาล็อกอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า) ตอนนี้สะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยเต็ม 0.25% (25 basis points: 0.25%) ภายในสิ้นไตรมาส 3 ซึ่งเปลี่ยนจากมุมมองเมื่อสองสัปดาห์ก่อนอย่างมาก เราใช้ “ออปชัน” บนฟิวเจอร์ส EURIBOR (EURIBOR futures: สัญญาล่วงหน้าอิงดอกเบี้ยยูโรระยะสั้น) เพื่อเตรียมรับกรณีนโยบายเข้มเร็วเกินคาด หากเงินเฟ้อเดือนมีนาคมและเมษายนแสดงว่าต้นทุนพลังงานส่งผ่านไปยังราคาสินค้าทั่วไป EUR/USD อยู่ระหว่างบรรยากาศเลี่ยงความเสี่ยงที่หนุนดอลลาร์ กับโอกาสที่ ECB จะเข้มขึ้น อย่างไรก็ดี เมื่อเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) ก็ยังแข็งท่าที ดอลลาร์ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: เงินที่คนถือเมื่อกังวลความเสี่ยง) น่าจะเด่นในระยะใกล้ เราเห็นนักลงทุนใช้พุทออปชัน (put options: สิทธิ์ขาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง) เพื่อกันความเสี่ยงหากหลุดแนวรับ 1.1411 (support level: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) แกนสำคัญคือราคาน้ำมัน ซึ่งเพิ่ม 15% ไปเกิน 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น ตามข้อมูลจาก ICE Futures Europe (ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าในยุโรป) ย้อนดูวิกฤตพลังงานปี 2022 จะเห็นว่าช็อกพลังงาน (energy shock: ราคาพลังงานพุ่งเร็วและแรง) บีบให้ธนาคารกลางต้องขยับนโยบายได้เร็ว แม้เสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้น การใช้คอลออปชัน (call options: สิทธิ์ซื้อ เพื่อเก็งกำไรราคาขึ้น) บนฟิวเจอร์สเบรนท์ (Brent crude futures: สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์) เป็นทางตรงในการเก็งกรณีรุนแรง (severe scenario: กรณีเลวร้าย/แรง) ที่ ECB กำลังนำมาประเมิน สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets