แนวโน้มเงินเฟ้อและสัญญาณนโยบาย
SNB ระบุว่าหากเงินฟรังก์สวิส (Swiss franc: สกุลเงินของสวิตเซอร์แลนด์) แข็งค่ามากเกินไป จะทำให้ “เสถียรภาพด้านราคา” (price stability: ระดับเงินเฟ้อไม่สูงหรือต่ำเกินไป) เสี่ยงเสียไป พร้อมเสริมว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจไม่แน่นอนมากขึ้น และเงินเฟ้อน่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสถัด ๆ ไป หลังประกาศ เงินฟรังก์อ่อนค่าลง โดย USD/CHF (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อฟรังก์สวิส) ลดลง 0.1% มาอยู่แถว 0.7925 ใกล้จุดสูงของวันพุธ SNB คือธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์ มีเป้าหมายให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งนิยามว่าเงินเฟ้อ CPI รายปี (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดระดับราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ต่ำกว่า 2% โดยกำหนดสภาพการเงิน (monetary conditions: ความตึง/ผ่อนของการเงิน เช่น ดอกเบี้ยและค่าเงิน) หลัก ๆ ผ่านอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน SNB สามารถเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange markets: ตลาดซื้อขายสกุลเงิน) เพื่อจำกัดการแข็งค่าของฟรังก์ เช่น ใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange reserves: เงินสกุลต่างประเทศที่ธนาคารกลางถือไว้) และในช่วงปี 2011–2015 เคยตรึงค่าเงินยูโร (euro peg: กำหนดให้ค่าเงินฟรังก์ไม่แข็งเกินระดับเมื่อเทียบกับยูโร) คณะกรรมการบริหาร (governing board: คณะผู้กำหนดนโยบาย) ตัดสินใจนโยบายปีละ 4 ครั้ง คือ มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมผลต่อการเทรดและกลยุทธ์ออปชัน
เรามองว่า SNB คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0% ตามที่คาดกันอยู่แล้ว หลังจากเคยลดดอกเบี้ยแบบเหนือความคาดหมาย (surprise rate cut: ลดดอกเบี้ยที่ตลาดไม่ทันคาด) ช่วงกลางปี 2025 อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญคือการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 เป็น 0.5% ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล CPI เดือนกุมภาพันธ์ล่าสุดที่เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year: เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคากำลังก่อตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แถลงการณ์ของธนาคารเตือนว่าเงินฟรังก์แข็งมากเกินไปจะกระทบเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งเป็นท่าทีที่มีต่อเนื่องตั้งแต่หยุดขายทุนสำรองต่างประเทศในต้นปี 2025 แต่ก็ยอมรับว่าเงินเฟ้อน่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสต่อ ๆ ไป ทำให้นโยบายตัดสินใจยากขึ้น ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นนี้บอกว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ของออปชันเงินฟรังก์อาจถูกประเมินต่ำ (undervalued: ราคาถูกกว่าที่ควร) ซึ่งอาจเป็นโอกาสของผู้เทรด ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้กำไรจากการเคลื่อนไหวแรงของราคา มากกว่าการเดาทิศทาง เช่น ซื้อสแตรดเดิลแบบ at-the-money (at-the-money straddle: ซื้อออปชัน “สิทธิซื้อ” และ “สิทธิขาย” ที่ราคาใช้สิทธิใกล้ราคาปัจจุบัน เพื่อได้ประโยชน์หากราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บน USD/CHF หรือ EUR/CHF (อัตราแลกเปลี่ยนยูโรต่อฟรังก์สวิส) โดยให้ออปชันหมดอายุหลังการประชุมเดือนมิถุนายน ตำแหน่งนี้จะได้ประโยชน์ทั้งกรณีที่ธนาคารต้องเข้าแทรกแซงเพื่อสกัดฟรังก์แข็ง หรือส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตแรงกว่าที่ตลาดคาด เราควรติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) ที่เพิ่ง “หยุดพัก” การผ่อนคลายนโยบาย (paused its easing cycle: หยุดลดดอกเบี้ย/หยุดมาตรการกระตุ้นชั่วคราว) เพราะเงินเฟ้อยังสูงต่อเนื่อง ยูโรที่แข็งขึ้นทำให้ SNB มีพื้นที่มากขึ้นที่จะยอมให้ฟรังก์แข็งโดยไม่กระทบการส่งออก (exports: การขายสินค้าไปต่างประเทศ) มากนัก ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลกชนิดหนึ่ง) ใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะยิ่งดันเงินเฟ้อจากการนำเข้า (import-led inflation: เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนสินค้านำเข้าแพงขึ้น) และทำให้การตัดสินใจของ SNB ยากขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets