This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

พลังงานและภาคส่วนอื่นๆ หนุนกำไรไตรมาส 1 ปี 2026 ของ S&P 500 เพิ่มขึ้น 12% รายได้เพิ่มขึ้น 8.6% หลังจากเพิ่มขึ้นก่อนหน้า

by VT Markets
/
Mar 19, 2026
กำไรของดัชนี S&P 500 ในไตรมาส 1 ปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น +12.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year on year คือเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยรายได้เพิ่มขึ้น +8.6% ต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2025 ที่กำไรโต +14% จากรายได้ที่สูงขึ้น +9.1% ประมาณการสำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 และทั้งปี 2026 ยังเป็นบวก และแนวโน้มการปรับประมาณการ (revisions คือการปรับตัวเลขคาดการณ์กำไร/รายได้ขึ้นหรือลง) ยังคงเป็นบวกหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มขึ้น กลุ่มพลังงานถูกปรับประมาณการขึ้นตั้งแต่ต้นมีนาคม และยังมีอีก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมตามการจัดกลุ่มของ Zacks (Zacks sectors คือการแบ่งกลุ่มหุ้นตามสำนักวิจัย Zacks) ที่ถูกปรับขึ้นด้วย รวมถึง เทคโนโลยี การเงิน ก่อสร้าง วัตถุดิบพื้นฐาน และสาธารณูปโภค

เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของกำไร

กลุ่มเทคโนโลยีคาดว่าจะทำให้กำไรโต +24.6% ในไตรมาส 1 ปี 2026 หากไม่รวมเทคโนโลยี กำไรของ S&P 500 สำหรับส่วนที่เหลือของดัชนีจะอยู่ที่ +5.5% แทนที่จะเป็น +12.0% สำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 กลุ่มเทคโนโลยีตามการจัดกลุ่มของ Zacks คาดว่ากำไรจะโต +24.8% จากรายได้ที่สูงขึ้น +21.8% กลุ่มเทคโนโลยีช่วยพยุงการเติบโตของกำไรรวมตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2023 และคาดว่าจะทำเช่นนั้นอีกในไตรมาส 1 ปี 2026 หุ้น “Mag 7” (กลุ่มหุ้นเทคขนาดใหญ่ 7 ตัวที่ตลาดมักพูดถึง) สองตัวคือ Amazon (AMZN) และ Tesla (TSLA) ไม่ได้ถูกจัดเป็นเทคโนโลยีตาม Zacks โดย Amazon อยู่ในกลุ่มค้าปลีก (Retail คือธุรกิจขายปลีก) และ Tesla อยู่ในกลุ่มรถยนต์ (Auto คืออุตสาหกรรมยานยนต์) การปรับประมาณการของกลุ่มเทคโนโลยีและการเงินช่วยให้ภาพรวมการปรับประมาณการยังเป็นบวก รวมถึงกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและบริการธุรกิจตั้งแต่ตุลาคม 2025

การปรับประมาณการของพลังงานและการวางสถานะในตลาด

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังผลักให้การปรับประมาณการของกลุ่มพลังงานสูงขึ้น WTI crude (น้ำมันดิบ WTI คือราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันสหรัฐ) ล่าสุดทะลุ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (barrel คือหน่วยปริมาณน้ำมัน) ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน ทำให้ความตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างประเทศส่งผลต่อการคาดการณ์กำไรโดยตรง มีช่องว่างชัดเจนระหว่างความรู้สึกเชิงลบต่อหุ้นเทคกับพื้นฐานบริษัท (fundamental คือฐานะและผลประกอบการที่วัดได้จริง) ที่แข็งแกร่ง กำไรของกลุ่มคาดว่าจะพุ่ง 24.6% แต่ตลาดยังลังเล นี่อาจสะท้อนว่า implied volatility (ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ซึ่งสะท้อนในราคาออปชัน) ถูกประเมินต่ำ ทำให้กลยุทธ์ซื้อออปชันฝั่งขึ้น (long call คือซื้อสัญญาออปชันเพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขยับขึ้น) บนดัชนีที่มีหุ้นเทคมากอาจให้ผลดี ความสำคัญของเทคโนโลยีสูงมาก เพราะหากไม่มีเทค กำไรของ S&P 500 จะเหลือโตเพียง 5.5% ภาพที่พึ่งพาเทคแบบนี้คล้ายช่วงปลายปี 2023 ที่ความคาดหวังเรื่อง AI (ปัญญาประดิษฐ์) ทำให้กลุ่มนี้นำหน้าส่วนอื่น ๆ มาก แนวโน้มการปรับประมาณการกำไรที่ยังเป็นบวกบอกว่ากระแสนี้ยังดำเนินอยู่ ความต่างของผลงานระหว่างเทคกับส่วนอื่นของตลาดทำให้กลยุทธ์ “pairs trade” (เทรดเป็นคู่ คือซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งพร้อมกันเพื่อเล่นส่วนต่าง) น่าสนใจ เราควรให้ความสำคัญกับการปรับประมาณการเชิงบวกในด้านอื่น เช่น กลุ่มการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (10-year Treasury yield คือดอกเบี้ยอ้างอิงสำคัญของตลาด) ที่ทรงตัวแถว 4.1% เป็นฉากหลังที่ค่อนข้างนิ่งสำหรับสถาบันการเงิน ทำให้การพิจารณามุมมองเชิงบวกต่อกองทุน ETF กลุ่มการเงิน (ETF คือกองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) เป็นทางเลือกเสริมเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code