ข้อความจากเฟดหนุนดอลลาร์แข็งค่า
เจอโรม พาวเวลล์กล่าวว่าความคืบหน้าเรื่องเงินเฟ้อคาดว่าจะดีขึ้น แต่ดีน้อยกว่าที่หวังไว้ก่อนหน้า เขายังกล่าวว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน คาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในระยะใกล้ พาวเวลล์กล่าวว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งประธานเฟดต่อไปจนกว่าการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางจะเสร็จสิ้น และจะอยู่ในบทบาทนี้จนกว่าผู้สืบทอดจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ความสนใจหันไปที่การตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB = ธนาคารกลางของประเทศในกลุ่มใช้เงินยูโร) ในวันพฤหัสบดี โดยคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยหลัก 3 รายการไว้เท่าเดิมในการประชุมเดือนมีนาคม การคาดการณ์ของตลาดลดความเชื่อเรื่อง ECB จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นักเทรดขณะนี้คาดเต็มที่ว่าจะมี “ขึ้นดอกเบี้ย” (rate hike = ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) 2 ครั้งภายในสิ้นปี 2026 ตามข้อมูลของ Bloombergความเสี่ยงความผันผวน และการวางตำแหน่งในออปชัน
จุดยืนที่เข้มงวดของเฟด รวมกับตลาดที่คาดว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ย กำลังทำให้ EUR/USD ถูกดึงคนละทาง เรามองว่านี่เป็นสัญญาณให้เตรียมรับ “ความผันผวน” (volatility = ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) ที่อาจเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้เทรด “ออปชัน” (options = สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายในราคา/เวลาที่กำหนด) ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรงของราคา เพราะดัชนีความผันผวนค่าเงินยูโรของ CBOE (CBOE EuroCurrency Volatility Index: EUVIX = ตัวชี้วัดความคาดหวังความผันผวนจากราคาซื้อขายออปชัน) มีแนวโน้มจะเพิ่มจากระดับต่ำในปัจจุบัน ความแข็งค่าระยะสั้นของดอลลาร์ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ดี โดย GDP สหรัฐ (GDP = มูลค่าการผลิตรวมในประเทศ) เติบโตใกล้ 2.7% ขณะที่ยูโรโซน (Eurozone = กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) โตได้เพียงราว 0.9% ความต่างของเศรษฐกิจนี้หนุนการตัดสินใจของเฟดในการคงดอกเบี้ย ทำให้การถือมุมมองว่า EUR/USD อาจอ่อนค่าระยะสั้นมีความน่าสนใจ เช่น การซื้อ “พุท” (put option = ออปชันที่ให้สิทธิขาย เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลดลง) อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ ECB คือประเด็นหลัก และอาจทำให้ทิศทางของคู่เงินกลับตัวได้เร็ว หากเงินเฟ้อยูโรโซนขยับขึ้นใกล้ 2.8% และ ECB ส่งสัญญาณชัดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด 2 ครั้ง ค่าเงินยูโรอาจแข็งขึ้นมาก ทำให้การซื้อ “คอลนอกเงิน” (out-of-the-money call option = คอลที่ราคาที่ใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน เหมาะเมื่อคาดว่าจะขึ้นแรง) เป็นทางเลือกเพื่อรับโอกาสจากความเข้มงวดที่เกินคาด ตัวแปรสำคัญยังคงเป็นราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude = ราคามาตรฐานน้ำมันดิบที่ใช้เป็นอ้างอิง) ทรงตัวเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงกดดันเงินเฟ้อจึงเป็นปัญหาใหญ่ของทั้งสองธนาคารกลาง โดยเฉพาะยูโรโซนที่ต้องนำเข้าพลังงาน แรงกดดันราคาที่ยืดเยื้ออาจบีบให้ ECB ต้องขยับเร็วกว่าที่คาด และยิ่งเพิ่มความผันผวนของค่าเงิน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets