การเติบโตของนิวซีแลนด์และแนวโน้ม RBNZ
ภาคก่อสร้างกดดันผลผลิต ขณะที่ภาคเกษตรและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดย RBNZ จะประชุมครั้งถัดไปวันที่ 8 เมษายน และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (OCR: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) อยู่ที่ 2.25% ฝั่งสหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) คงดอกเบี้ย และคงคาดการณ์ว่าจะลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2026 ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2026 (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงานออก) เพิ่มเป็น 2.7% จาก 2.5% และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: ตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า/บริการในระดับผู้ผลิต) อยู่ที่ 0.7% เทียบเดือนก่อน (month-on-month: เทียบกับเดือนก่อน) สูงกว่าที่คาด 0.3% NZD/USD อยู่แถว 0.5788 โดยแนวต้าน (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้) ใกล้ 0.5860 และ 0.5920 แนวรับ (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) อยู่ที่ 0.5765–0.5770 ใกล้ EMA 200 วัน จากนั้นแถว 0.5700 เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD หรือ “กีวี” เป็นชื่อเรียกในตลาด) อาจได้รับผลจากเศรษฐกิจจีน ราคานมซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ การตั้งค่าดอกเบี้ย และข้อมูลนิวซีแลนด์ เช่น การเติบโต การว่างงาน และความเชื่อมั่น โดยมักแข็งค่าเมื่อบรรยากาศตลาดรับความเสี่ยง (risk-on: นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยง ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) และอ่อนค่าเมื่อเกิดความตึงเครียดในตลาดมองย้อนกลับหนึ่งปี
เราย้อนนึกถึงช่วงเดียวกันของปีก่อนในปี 2025 เมื่อคู่เงิน NZD/USD ร่วงแรงหลังตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ออกมาต่ำกว่าคาดมาก ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอทำให้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) เลือก “รอดูไปก่อน” ขณะที่ Fed ยังมีท่าทีเข้มงวดเรื่องเงินเฟ้อ (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักเอนเอียงไปทางดอกเบี้ยสูง) สถานการณ์นี้กดคู่เงินลงไปใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ภาพวันนี้ต่างออกไปจากข้อมูลล่าสุด โดย GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 ของนิวซีแลนด์ที่ประกาศเมื่อวาน เศรษฐกิจหดตัวเพียง 0.1% ดีกว่าที่คาดว่าจะหดตัว 0.3% สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังพอทนทาน ซึ่งต่างจากข้อมูลที่น่าผิดหวังเมื่อปีก่อน ความแข็งแรงนี้ทำให้ RBNZ แทบไม่มีช่องให้คิดลดดอกเบี้ย โดยผู้กำหนดนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Official Cash Rate: อัตราดอกเบี้ยนโยบายเดียวกับ OCR) ไว้ที่ 5.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพราะเงินเฟ้อในประเทศยังสูง ขณะที่ Fed ลดดอกเบี้ยครั้งแรก 0.25% (25 basis points: 0.25%) ในเดือนมกราคม 2026 หลังเงินเฟ้อเริ่มเย็นลง ส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นนี้จึงเป็นแรงหนุน (tailwind: ปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เคลื่อนไหวไปทางที่ได้เปรียบ) ให้เงินกีวี ปัจจัยพื้นฐานของกีวี (fundamental factors: ปัจจัยเศรษฐกิจจริง เช่น การเติบโต เงินเฟ้อ การค้า) ก็ดีขึ้น ราคานมซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของนิวซีแลนด์แข็งแกร่ง โดยดัชนี Global Dairy Trade (ดัชนีราคาประมูลนมระดับโลก) เพิ่ม 2.8% ในการประมูลครั้งแรกของเดือนมีนาคม 2026 อีกทั้งข้อมูลล่าสุดจากจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังทรงตัว ด้วยฉากหลังแบบนี้ โครงสร้างทางเทคนิคฝั่งขาลง (bearish technical setup: สัญญาณเชิงกราฟที่บ่งชี้แนวโน้มลง) ที่เห็นในมีนาคม 2025 ไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว ปัจจุบันคู่เงินซื้อขายเหนือ 0.6100 ได้ และต่างจากปีก่อน เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หันขึ้นแล้ว สำหรับผู้เทรด นี่ชี้ไปที่แนวทาง “ซื้อเมื่อย่อตัว” มากกว่า “ขายเมื่อเด้งขึ้น” (buy on dips / sell into rallies: ซื้อเมื่อราคาย่อลง / ขายเมื่อราคาดีดขึ้น) ดังนั้น หาก NZD/USD อ่อนตัวลงใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ซึ่งอยู่แถว 0.6110 อาจมองเป็นโอกาสซื้อได้ เราเห็นว่าการใช้สัญญาออปชันแบบคอล (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้เพื่อได้ประโยชน์หากราคาขึ้น โดยจำกัดความเสี่ยงที่เงินจ่ายค่าออปชัน) เป็นวิธีที่รอบคอบเพื่อรับโอกาสด้านขาขึ้นและจำกัดความเสี่ยงหากตลาดกลับทิศ โดยการเลือก “ราคาใช้สิทธิ” (strike: ราคาที่ใช้สิทธิในออปชัน) แถว 0.6250 สำหรับสัญญาหมดอายุเดือนเมษายน อาจให้ความคุ้มค่าระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน (risk-to-reward: สัดส่วนความเสี่ยงเทียบผลตอบแทน) ที่ดี สร้างบัญชี VT Markets แบบจริงของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets