This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

BLS รายงานว่า ราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนมกราคม

by VT Markets
/
Mar 18, 2026
ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI: ผู้ผลิตขายสินค้า/บริการในราคาเท่าไร เป็นตัวชี้แรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุน) เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS: หน่วยงานรัฐที่จัดทำสถิติแรงงานและราคา) สูงกว่าที่คาดไว้ 2.9% และสูงกว่าเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 2.9% ดัชนีราคาผู้ผลิต “พื้นฐาน” (Core PPI: ตัดผลของอาหารและพลังงานที่ราคาแกว่งแรงออก เพื่อดูแนวโน้มที่นิ่งกว่า) เพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงกว่าคาด 3.7% และเพิ่มจากเดิม 3.5% หลังจากตัวเลขก่อนหน้าถูกปรับแก้จาก 3.6%

การเปลี่ยนแปลงรายเดือนและปฏิกิริยาตลาดทันที

รายเดือน PPI รวมเพิ่มขึ้น 0.7% ส่วน Core PPI เพิ่มขึ้น 0.5% หลังประกาศข้อมูล ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ค่าความแข็งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ปรับขึ้น ไปแถว 99.80 ใกล้จุดสูงสุดของวัน เราเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นช่วงเดียวกันในปี 2025 เมื่อราคาผู้ผลิตกระโดดเกินคาด ทำให้ดอลลาร์พุ่งแรง ตอนนั้นเพิ่มขึ้น 3.4% รายปี ทำให้หลายคนที่คาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอ “ผิดทาง” ความทรงจำของการตอบสนองตลาดที่เร็วและแรง ควรใช้ประกอบการคิดกับการประกาศข้อมูลครั้งถัดไป ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ผู้กำหนดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.50% มา 6 เดือน และย้ำว่าจะตัดสินใจตามข้อมูลเศรษฐกิจ (data-dependent: ดูตัวเลขจริงเป็นหลัก) หลังดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคม (CPI: ราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคจ่าย เป็นตัวชี้เงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค) ออกมาค้างสูงที่ 3.1% ตลาดจึงกังวลว่าจะเกิดเงินเฟ้อพุ่งแบบปีก่อน ทำให้ข้อมูล PPI เดือนกุมภาพันธ์เป็นเหตุการณ์สำคัญต่อทิศทางตลาดระยะใกล้

ความผันผวนและการวางสถานะก่อนตัวเลขรอบถัดไป

ตอนนี้ตลาดคาดว่า PPI รอบถัดไปจะเพิ่มขึ้น 2.8% รายปี แต่ยังต้องระวังตัวเลขออกมาสูงเกินคาดอีก จากรูปแบบปี 2025 ถ้าออกมามากกว่า 3% อาจทำให้ตลาด “ตั้งราคาใหม่” เรื่องการลดดอกเบี้ย (repricing: ปรับความคาดหวังและราคาสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับข้อมูลใหม่) ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ VIX (ดัชนีความกลัว: วัดความผันผวนที่คาดไว้ของตลาดหุ้นสหรัฐ) ขยับกลับขึ้นเหนือ 16 ในเดือนนี้ ผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) อาจพิจารณาซื้อกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนก่อนประกาศ ราคาออปชัน (options: สิทธิในการซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) ของสินทรัพย์ที่ไวต่อดอกเบี้ย เช่น ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury bond ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและถือพันธบัตรรัฐบาล) สะท้อนความต้องการ “ประกันความเสี่ยง” ต่อการแกว่งแรงที่มากขึ้น การทำ Long straddle หรือ strangle (กลยุทธ์ออปชันเพื่อทำกำไรเมื่อราคาแกว่งแรง ไม่ว่าไปทางขึ้นหรือลง) อาจได้ผล เพราะเน้นกำไรจากการพุ่งของความผันผวน สำหรับคนที่ต้องการเล่นตามทิศทาง (directional view: เชื่อว่าราคาจะไปทางใดทางหนึ่ง) บทเรียนปีที่แล้วบอกว่า ถ้าตัวเลขร้อนกว่าคาด ดอลลาร์มักแข็ง และหุ้นมักอ่อน อาจดูออปชันคอล (call options: สิทธิซื้อ เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) บน DXY หรือออปชันพุต (put options: สิทธิขาย เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) บน Nasdaq 100 (ดัชนีหุ้นเทคโนโลยี/เติบโตขนาดใหญ่) นึกถึงตอนที่ DXY พุ่งไปแถว 99.80 หลังข้อมูลปี 2025 ในทางกลับกัน การป้องกันความเสี่ยงของสถานะที่ถืออยู่ยิ่งสำคัญ หากคุณถือหุ้น การซื้อพุตออปชันอายุสั้นบน S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐขนาดใหญ่) ช่วยกันกระแทกเมื่อราคาตลาดลง ความเสี่ยงคือเงินเฟ้ออาจ “ดื้อ” มากกว่าที่ตลาดกำลังสะท้อนในราคาอยู่ตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code