ความเสี่ยงของเส้นทางขนส่งหลัก
สหรัฐเพิ่มความพยายามในการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางเดินเรือแคบๆ ที่สำคัญต่อการขนส่งน้ำมัน) กลับมาเดินเรือได้ตามปกติ หลังพันธมิตรปฏิเสธคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ช่วยคุ้มกันเรือ เส้นทางนี้ยังเป็นช่องทางหลักในการขนส่งน้ำมัน สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API: องค์กรอุตสาหกรรมน้ำมันที่รายงานตัวเลขสต็อกแบบรายสัปดาห์) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ (crude stocks: ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง) เพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 มีนาคม หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้าลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล และต่างจากที่คาดว่าจะลดลง 600,000 บาร์เรล Reuters รายงานว่ากองกำลังสหรัฐโจมตีพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จากความกังวลเรื่องขีปนาวุธต่อต้านเรือ (anti-ship missile: อาวุธยิงทำลายเรือ) BBC ระบุว่าอิสราเอลอ้างว่ามีการโจมตีที่ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านเสียชีวิต รวมถึง อาลี ลาริจานี และหัวหน้าบาซิจ (Basij: กองกำลังกึ่งทหารในอิหร่าน) โฆลามเรซา โซไลมานี The Guardian รายงานว่าอิหร่านโจมตีโรงผลิตน้ำมันและก๊าซในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิรัก โดยเป้าหมายเป็นจุด “ต้นน้ำ” (upstream: ขั้นตอนการสำรวจและผลิต) ไม่ใช่โรงกลั่น (refinery: โรงแปรรูปน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูป) หรือคลังเก็บ (storage: สถานที่เก็บสำรอง)เกณฑ์อ้างอิง WTI และสัญญาณจากสต็อก
WTI หรือ West Texas Intermediate คือมาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันดิบของสหรัฐ ซื้อขายผ่านศูนย์กลางที่คุชชิง (Cushing hub: จุดรับ-ส่งและเก็บน้ำมันสำคัญในสหรัฐ) ราคาโดยหลักขึ้นกับอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงการตัดสินใจการผลิตของโอเปก (OPEC: กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน) และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลสต็อกรายสัปดาห์จาก API (วันอังคาร) และ EIA (วันพุธ) สามารถทำให้ราคาขยับได้ เพราะบอกสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของอุปทาน ผลมักใกล้เคียงกันภายใน 1% ประมาณ 75% ของเวลา และโดยทั่วไปข้อมูล EIA มักถูกมองว่าน่าเชื่อถือกว่า Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets