ระดับสำคัญ และแผนที่ขาลง
ถ้าดัชนียังอยู่ต่ำกว่า 6,575 แผนขาลงถัดไปชี้ไปที่ 6,494 ซึ่งเป็นระดับอ้างอิงสำคัญ (key reference level = ระดับหลักที่ใช้เทียบ/วัดเป้าหมาย) มุมมองนี้ขึ้นอยู่กับการที่รูปแบบการปรับฐานยังดำเนินต่อ จากนั้นติดตาม 2 เส้นทาง หนึ่งคือร่วงลงแบบแรงและต่อเนื่องไปหาเป้าหมายขาลง (impulsive fall = การร่วงที่เร็วและชัดเหมือนมีแรงขายกดต่อเนื่อง) อีกเส้นทางคือแกว่งออกข้าง เช่น แบบแฟลตหรือสามเหลี่ยม (flat/triangle = รูปแบบพักฐานที่ราคาแกว่งในกรอบ) ก่อนจะร่วงอีกรอบ แนวทางนี้เน้นยึด “ฉากทัศน์ที่วางไว้ล่วงหน้า” และปรับตามการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเกิดขึ้น (price action = การเคลื่อนไหวของราคาจริงบนกราฟ) เราเฝ้าติดตามการปรับลงของ S&P 500 จากระดับ 6,746 และการลงล่าสุดไปใกล้ 6,600 เป็นไปตามทางที่คาดไว้ สิ่งนี้ย้ำมุมมองขาลง (bearish bias = ให้น้ำหนักว่าราคา “มีโอกาสลง” มากกว่า) ว่ายังอาจอ่อนแรงต่อ ตลาดกำลังตอบสนองต่อข้อมูลเงินเฟ้อสัปดาห์ก่อน ซึ่งยังดื้ออยู่ที่ 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year = เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้จากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve = ธนาคารกลางสหรัฐ ผู้กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ลดลงเส้นทางการเทรด และกลยุทธ์
โครงสร้างใหญ่ชี้ไปที่การปรับฐานที่ซับซ้อนจากยอดใกล้ 7,011 และเรามองว่าคลื่น C ลงสุดท้ายยังพัฒนาต่อ มุมมองนี้หนุนโดยการเติบโตเศรษฐกิจที่ชะลอ โดยตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 (GDP = มูลค่าผลผลิตรวมในประเทศ ใช้ชี้ความแข็งแรงเศรษฐกิจ) ถูกปรับลดเหลือ 1.2% และบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งให้แนวโน้มกำไรต่ำลงสำหรับครึ่งแรกของปีนี้ ตอนนี้เรารอดูการหลุดต่ำกว่าแนวรับ 6,575 แบบยืนได้ (sustained break = หลุดแล้วอยู่ต่ำต่อ ไม่เด้งกลับทันที) เพื่อยืนยันขาลงรอบถัดไป (next leg down = ช่วงการลงถัดไป) สำหรับเทรดเดอร์ที่คาดว่าราคาจะลง การซื้อพุตออปชัน (put options = สัญญาที่ให้สิทธิขาย ที่มักได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) บน SPY หรือ SPX เป็นวิธีตรงในการวางตำแหน่งไปหาเป้าหมาย 6,494 การหลุด 6,575 แบบชัดเจน (decisive break = หลุดแรง/ชัด) เป็นสัญญาณให้พิจารณาเพิ่มสถานะขาลง (bearish positions = การถือสถานะที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) เมื่อลองเทียบรูปแบบคล้ายกันในปี 2022 การยืนไม่อยู่เหนือระดับทางเทคนิคสำคัญ (key technical level = ระดับจากการอ่านกราฟ เช่น แนวรับ/แนวต้าน) มักนำไปสู่การร่วงเร็ว เรายังเห็นความกลัวในตลาดเพิ่มขึ้น โดย VIX (ดัชนีความผันผวน = ตัวชี้ “ความกลัว” ของตลาดจากราคาตราสารอนุพันธ์) ไต่ขึ้นจากจุดต่ำของปี 2025 และช่วงหลังซื้อขายเหนือ 20 อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้บอกว่าผู้เล่นตลาดกำลังซื้อ “การป้องกันความเสี่ยง” มากขึ้น (protection/hedge = เครื่องมือ/สถานะเพื่อลดความเสียหายหากตลาดลงแรง) เทรดเดอร์ตราสารอนุพันธ์ (derivative traders = ผู้เทรดสัญญาที่อ้างอิงสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) อาจใช้คอลออปชันบน VIX (VIX call options = สิทธิซื้อที่ได้ประโยชน์เมื่อ VIX ขึ้น) หรือกลยุทธ์อย่าง put debit spreads บน S&P 500 (put debit spread = ซื้อพุตและขายพุตอีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร/ขาดทุน) เพื่อเล่นทั้งทิศทางลงและการเพิ่มขึ้นของความผันผวน (volatility = ความเหวี่ยงของราคา) ถ้าแรงขาลงเข้มข้น เราอาจเห็นการร่วงแรงแบบต่อเนื่องลงตรงไปยังโซน 6,494 โดยมีโอกาสมากขึ้นเมื่อจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (weekly jobless claims = จำนวนคนยื่นขอเงินช่วยเหลือว่างงาน) เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน สะท้อนว่าตลาดแรงงานที่แข็งแรงในปี 2025 เริ่มอ่อนลง ในกรณีนี้ พุตอายุสั้น (shorter-dated puts = พุตที่ใกล้วันหมดอายุ) อาจให้ผลตอบแทนมาก หากการร่วงเร่งตัว อีกทาง ตลาดอาจเข้าสู่ช่วงแกว่งสะสมเหนือ 6,575 (sideways consolidation = แกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) ก่อนลงรอบใหญ่ถัดไป ช่วงแกว่งนี้อาจทำให้การเดิมพันทิศทางอย่างเดียวได้ผลยาก แต่เป็นโอกาสขาย call credit spreads (call credit spread = ขายคอลและซื้อคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อรับพรีเมียม แต่จำกัดความเสี่ยง) โดยเลือกราคาใช้สิทธิ (strike price = ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) สูงกว่าจุดสูงล่าสุดมาก เช่น 6,800 กลยุทธ์นี้ช่วยรับพรีเมียม (premium = เงินที่ได้/จ่ายตอนซื้อขายออปชัน) หากตลาดแกว่งออกข้างหรือค่อย ๆ อ่อนลง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets