Bank Of Japan Policy Backdrop
BoJ เข้มงวดนโยบายมากขึ้นตั้งแต่มีนาคม 2024 โดยย้ายดอกเบี้ยนโยบายออกจาก “ดอกเบี้ยติดลบ” (negative rates: ดอกเบี้ยต่ำกว่า 0) และเริ่มถอยห่างจาก QQE (การผ่อนคลายเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ: การอัดฉีดเงินและซื้อสินทรัพย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) อย่างไรก็ตาม นโยบายโดยรวมยังผ่อนคลายมาก เมื่อดูจาก “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง” (real interest rates: ดอกเบี้ยหลังหักเงินเฟ้อ) ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า BoJ อาจยังขึ้นดอกเบี้ยต่อในช่วงครึ่งปีแรก (H1) ของปีนี้ แม้เศรษฐกิจถูกกดดันจากราคาพลังงานนำเข้าที่สูงขึ้น ผลเจรจาค่าจ้างฤดูใบไม้ผลิของแรงงานสหภาพ (shunto: การเจรจาค่าจ้างประจำปีช่วงฤดูใบไม้ผลิ) ที่ออกมาดี ถูกมองว่าเป็นปัจจัยช่วยการใช้จ่ายและกำไรบริษัท เงินเยนที่อ่อนทำให้ “ราคานำเข้า” สูงขึ้น และรัฐมนตรีคลังคะตะยะมะ (Katayama) เพิ่มการ “แทรกแซงด้วยคำพูด” (verbal intervention: การส่งสัญญาณ/เตือนตลาดด้วยถ้อยแถลงเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของค่าเงิน) ต่อการอ่อนค่าของเงินเยน รายงานระบุว่าความกลัวการแทรกแซงอาจทำให้ตลาดไม่กล้าทดสอบ USD/JPY ที่ 160 ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่การคาดเดาเรื่องขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายนอาจลดแรงกดดันระยะสั้น เมื่อย้อนกลับไปช่วงเวลานี้ในปี 2025 เรากำลังเผชิญความขัดแย้งชัดเจนระหว่าง BoJ ที่เข้มนโยบาย (แนวเหยี่ยว) กับเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็ง ตลาดโฟกัสความเสี่ยงการแทรกแซง ซึ่งกดไม่ให้ USD/JPY ขึ้นไปไกลกว่าแถว 160 มากนัก ทำให้การซื้อขายเงินเยนตึงเครียดและแกว่งขึ้นลงสองทางImplications For Derivatives Traders
ความคาดหวังเรื่องการเข้มนโยบายเกิดขึ้นจริง โดย BoJ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปี 2025 จนอยู่ที่ 0.50% ซึ่งมาจากเงินเฟ้อที่ยังสูง โดยข้อมูลล่าสุดยังอยู่ที่ 2.3% และผลเจรจาค่าจ้าง “ชุนโตะ” ล่าสุดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ตามที่คาดไว้ปีก่อน USD/JPY เคยทดสอบเหนือระดับ 160 ก่อนที่หน่วยงานรัฐจะเข้ามาดำเนินการ (intervene: เข้ามาซื้อขาย/ใช้มาตรการเพื่อชะลอค่าเงิน) ดันคู่เงินกลับลงมาใกล้โซน 155 สำหรับผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) วันนี้ ส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ 4.25% กับ BoJ ทำให้ “แคร์รี่เทรด” เงินเยนน่าสนใจ (carry trade: กู้/ขายสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำ ไปถือสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) สภาพแวดล้อมนี้หนุนการขาย “ความผันผวน” ของเงินเยน (sell volatility: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งน้อย มักทำผ่านการขายออปชัน) เพราะความกลัวการแทรกแซงด้านบน และแรงซื้อจากแคร์รี่เทรดด้านล่าง ทำให้คู่เงินแกว่งในกรอบค่อนข้างชัดเจน เห็นได้จาก “ความผันผวนโดยนัย” 1 เดือน (one-month implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ของ USD/JPY ที่ลดลงเหลือ 6.5% ใกล้ระดับต่ำมากในอดีต เมื่อความผันผวนต่ำ ผู้เทรดอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้กำไรจากความนิ่ง เช่น “ชอร์ตสแตรงเกิล” (short strangle: ขายออปชันคอลและพุตนอกกรอบราคาเพื่อรับพรีเมียม แต่เสี่ยงหากราคาออกนอกกรอบมาก) หรือ “ไอรอนคอนดอร์” (iron condor: โครงสร้างออปชัน 4 ขา จำกัดกำไรและขาดทุน เหมาะกับตลาดแกว่งในกรอบ) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือ ตลาดอาจชะล่าใจเกินไปต่อความพร้อมของ BoJ ที่จะเข้มงวดอีกครั้ง ถ้ามีถ้อยแถลงแนวเหยี่ยวแบบไม่คาดคิดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจทำให้ USD/JPY ร่วงแรงและความผันผวนพุ่ง ดังนั้น แนวทางที่รอบคอบคือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดความเสี่ยงของพอร์ตด้วยการถือสถานะสวน) โดยซื้อ “ออปชันคอลเงินเยน” ระยะยาว ราคาถูก เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (JPY call options against the USD: สิทธิ์ซื้อเยน/ขายดอลลาร์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อคุ้มครองหากเงินเยนแข็งขึ้นอย่างฉับพลันกรณี BoJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ (priced in: ตลาดสะท้อนคาดการณ์ไว้ในราคาแล้ว) วิธีนี้ช่วยให้ยังเก็บ “พรีเมียม” (premium: เงินที่ได้รับจากการขายออปชัน) จากการแกว่งในกรอบ พร้อมรับมือหากท่าทีธนาคารกลางเปลี่ยนไป Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets