ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์และการสะดุดของอุปทาน
การปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้นหลังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน การปิดช่องแคบทำให้อุปทานน้ำมันที่ขนส่งทางเรือของโลกหายไปราว 20% (seaborne oil supply คือปริมาณน้ำมันที่ขนส่งด้วยเรือ) ส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นเกือบเป็นเส้นตรงจากช่วงกลางก.พ.ที่ทะลุแนวต้านแถว 65.00 (breakout คือการที่ราคาทะลุกรอบ/แนวต้านสำคัญ) ยังไม่มีกำหนดเปิดอีกครั้งชัดเจน และการเปลี่ยนเส้นทางเรือบรรทุกน้ำมัน (tanker re-routing คือการให้เรืออ้อมเส้นทางเดิม) ทำให้เวลาส่งมอบล่าช้าเพิ่มหลายวัน รายงานระบุว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR คือคลังน้ำมันสำรองของรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้รับมือเหตุฉุกเฉิน) ซึ่งกดดันราคาลงเล็กน้อย ราคาที่สูงยังทำให้กังวลว่าความต้องการใช้น้ำมันจะอ่อนลง โดยเฉพาะในเอเชีย คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) วางแผนลดใช้คลังสำรองของรัฐแทนการซื้อน้ำมันตลาดทันที (spot คือการซื้อขายส่งมอบใกล้ทันที) ขณะที่อินเดียเร่งเจรจากับผู้ผลิตตะวันออกกลางที่อยู่นอกเส้นทางช่องแคบดังกล่าวสัญญาณจากตลาดออปชันและแนวทางเทรด
ความกังวลนี้เห็นได้จากราคาออปชัน (options คือสัญญาที่ให้ “สิทธิ” ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) โดยดัชนีความผันผวนของออปชันน้ำมันดิบของ CBOE (CBOE Crude Oil Volatility Index: OVX คือดัชนีที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) อยู่สูงที่ 35 มากกว่าค่าเฉลี่ยก่อนปี 2025 ระดับนี้บอกว่าผู้เล่นตลาดยังยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุปทานสะดุดแบบฉับพลัน (premium คือราคา/ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเพิ่ม โดยในออปชันหมายถึง “ค่าออปชัน”) สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives คือเครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น น้ำมัน) ความผันผวนคาดการณ์ที่สูง (implied volatility คือความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) อาจเปิดโอกาสให้ “ขายออปชัน” ได้ หากมองว่าราคาจะวิ่งในกรอบ (range-bound คือขึ้นลงในช่วงจำกัด) ฝั่งอุปทาน ตลาดดูตึงตัว ทำให้พลาดนิดเดียวก็เกิดผลมาก OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตร) ยืนยันสัปดาห์ที่แล้วว่าจะคงโควต้าการผลิตเดิมต่อถึงไตรมาสสอง ข้อมูลล่าสุดจาก EIA (Energy Information Administration คือหน่วยงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ) ชี้ว่าการเติบโตของการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานสหรัฐฯ (shale คือแหล่งน้ำมัน/ก๊าซจากหินดินดาน) ชะลอลง เหลือเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year คือเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ภาพอุปทานที่จำกัดช่วยพยุงราคาไว้ และทำให้ตลาดไวมากต่อเหตุสะดุด ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านอุปสงค์ (demand คือความต้องการซื้อ/ใช้) กดเพดานราคา คล้ายช่วงวิกฤตสูงสุดปีที่แล้ว IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) เพิ่งปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกปี 2026 ลงเหลือ 3.0% จาก 3.2% โดยอ้างถึงความอ่อนแอในยุโรปและบางส่วนของเอเชีย เรื่องนี้เริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขนำเข้าที่อ่อนลงของประเทศตลาดเกิดใหม่สำคัญ ทำให้ราคายากจะพุ่งแรงหากไม่มีปัจจัยใหม่มากระตุ้น (catalyst คือเหตุ/ข่าวที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหวแรง) สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ได้ทันที
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets