ราคาน้ำมันย่อตัว หนุนความกล้าเสี่ยง
ราคาน้ำมันดิบลดลง หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (liquefied petroleum gas หรือ LPG = ก๊าซหุงต้ม/ก๊าซที่ทำให้เป็นของเหลวเพื่อขนส่ง) บางลำได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz = ช่องทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) น้ำมัน West Texas Intermediate (WTI = ราคาน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ) ลดลงเกือบ 4% มาแถว 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent (Brent = ราคาน้ำมันอ้างอิงของยุโรป/ตลาดโลก) ก็ลดลง หลังวันศุกร์ปิดเหนือ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่สิงหาคม 2022 น้ำมันที่ถูกลงช่วยกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวกับผู้บริโภค และหนุนตลาดพันธบัตร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (10-year Treasury yield = ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร 10 ปี มักสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยและความเสี่ยง) ลดลงมาแถว 4.22% ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX = ดัชนีวัดความผันผวนที่ตลาดคาด มักเรียก “ดัชนีความกลัว”) ลดลงมากกว่า 7% มาใกล้ 25 หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นชิปนำตลาด หลังงาน Nvidia GTC AI เริ่มที่ซานโฮเซ (GTC AI event = งานประชุม/เปิดตัวเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์) Nvidia เพิ่มราว 2.4% Micron เพิ่มมากกว่า 5% Intel พุ่งราว 6% และ Seagate เพิ่มเกือบ 6% Meta เพิ่มเกือบ 3% หลังมีรายงานว่าอาจลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 20% จากนี้ตลาดจับตาการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed = ธนาคารกลางของสหรัฐ) ในวันพุธ โดยตลาดคาดว่าจะ “คงดอกเบี้ย” ที่ 3.50%–3.75% และประธาน Fed เจอโรม พาวเวล จะกล่าวเวลา 19:30 GMT วันพุธที่ 18 มีนาคมการวางกลยุทธ์ออปชันก่อนผลประชุม Fed
แม้ VIX จะลดลงแต่ยังสูงใกล้ 25 เรามองว่าเป็นโอกาสในตลาดออปชัน (options = สัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) ระดับนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตราว 19 มาก แปลว่าค่า “พรีเมียมความผันผวน” ยังแพง (volatility premium = ราคาที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพราะคาดว่าจะผันผวนสูง) เราควรพิจารณาขายสเปรดของพุทและคอลที่อยู่นอกช่วงราคา (out-of-the-money put/call spreads = กลยุทธ์ขายออปชันเป็นชุด เพื่อรับพรีเมียม โดยจำกัดความเสี่ยงไว้) บนดัชนีอย่าง S&P 500 เพื่อเก็บพรีเมียมและกำหนดความเสี่ยงก่อนการประชุม Fed วันพุธ การร่วงแรงของ WTI ลงมา 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นโอกาสเล่นระยะสั้น แต่ยังต้องระวังเพราะสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เราเคยเห็นราคาพุ่งเหนือ 120 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วในปี 2022 และถ้าความตึงเครียดกลับมา ก็อาจทำให้การลดลงสัปดาห์นี้ย้อนกลับได้ง่าย การซื้อคอลออปชันอายุนาน (long-dated call options = ออปชันที่หมดอายุไกลขึ้น) บน ETF กลุ่มพลังงานอย่าง XLE (energy ETF = กองทุนรวมที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและเกาะกลุ่มหุ้นพลังงาน) ช่วยเปิดโอกาสกำไรขาขึ้น พร้อมจำกัดความเสี่ยงขาลงหากราคายังอ่อนลงต่อ เราติดตามกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor = ชิป/ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ) อย่างใกล้ชิดระหว่างงานของ Nvidia โดยความผันผวนที่ตลาด “คาดไว้” (implied volatility = ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ยังสูงในหุ้นอย่าง NVDA และ MU ในอดีตงาน GTC มักเกิดภาวะ “ขายตอนมีข่าว” (sell the news = ราคาขึ้นก่อนข่าว พอข่าวออกกลับขายทำกำไร) ทำให้มีโอกาสเปิดสถานะฝั่งลงหลังความตื่นเต้นช่วงแรก เราทำได้ด้วยการซื้อพุทสเปรด (put spreads = ซื้อ-ขายพุทเป็นชุดเพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) บน ETF เซมิคอนดักเตอร์ SMH โดยเลือกวันหมดอายุในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตอนนี้ทุกสายตาอยู่ที่ผลประชุม Fed วันพุธ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดในปฏิทิน (event risk = เหตุการณ์ที่ทำให้ราคาผันผวนแรง) เนื่องจากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเลื่อนไปจากมิถุนายนเป็นธันวาคมแล้ว หาก “Dot plot” ออกมาเข้มงวด (dot plot = กราฟคาดการณ์ดอกเบี้ยของกรรมการ Fed; hawkish = เอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อเข้ม) ก็อาจทำให้ตลาดขยับแรง เราเตรียมรับมือได้ด้วยการซื้อสตรัดเดิลบน SPY (straddle = ซื้อคอลและพุทพร้อมกันที่ราคาเดียวกัน หวังกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง; SPY = ETF ที่อิงดัชนี S&P 500) หลังหยุดสถิติลง 3 สัปดาห์ ตลาดดูดีขึ้นแต่ยังไม่มั่นคง การฟื้นตัวของหุ้นวัฏจักร (cyclical = หุ้นที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ) อย่าง Caterpillar ที่ได้แรงช่วยจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง บ่งชี้ว่าความแข็งแรงเริ่มกระจายกว้างขึ้น เราสามารถแสดงมุมมอง “บวกแบบระวัง” โดยขายพุทที่มีเงินสดค้ำ (cash-secured puts = ขายพุทโดยกันเงินสดไว้เผื่อถูกใช้สิทธิซื้อหุ้น) ในหุ้นอุตสาหกรรมหรือการเงินคุณภาพดีที่แข็งแรงกว่าตลาด (relative strength = ผลงานดีกว่าตลาดโดยรวม)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets