เรื่องเล่าเศรษฐกิจยังยืดหยุ่น
ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ที่ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย สนับสนุนมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแรง (resilient = ยังรับมือแรงกดดันได้ดี) เมื่อรวมกับรายงานการจ้างงานสัปดาห์ก่อนที่เพิ่มตำแหน่งงาน 210,000 ตำแหน่ง ก็สะท้อนว่า “ความต้องการซื้อ/ใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ” (underlying demand = อุปสงค์พื้นฐาน) ยังแน่นอยู่ ข้อมูลนี้ทำให้ภาพว่าเศรษฐกิจยังอยู่ได้ท่ามกลางดอกเบี้ยสูง (higher interest rate environment = ช่วงที่ดอกเบี้ยสูง) เด่นชัดขึ้น สำหรับตลาดอัตราดอกเบี้ย ตัวเลขนี้อาจทำให้เวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed = ธนาคารกลางของสหรัฐ) จะเริ่ม “ลดดอกเบี้ย” (rate cut = การปรับลดอัตราดอกเบี้ย) ถูกเลื่อนออกไป น่าจะหลังช่วงฤดูร้อน นักเทรดอาจลดการคาดหวังการลดดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนลง โดยก่อนหน้านี้ข้อมูลทางการประเมินโอกาสไว้ราว 40% และไปดู “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า SOFR” (SOFR futures = สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นมาตรฐานของสหรัฐ) เพื่อสะท้อนมุมมอง “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer = ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน) ในสภาพนี้ การซื้อ “พุท” (puts = ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury bond futures = สัญญาล่วงหน้าที่อิงราคาพันธบัตรรัฐบาล) เป็นการป้องกันความเสี่ยง (hedge = ลดความเสี่ยงจากเหตุไม่พึงประสงค์) หากเฟดยังไม่รีบเปลี่ยนนโยบาย ในตลาดออปชันหุ้น สถานการณ์จะซับซ้อน เพราะข่าวเศรษฐกิจดีอาจกลายเป็นข่าวลบต่อหุ้นจากผลของดอกเบี้ย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility = ระดับความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ของออปชัน S&P 500 ซึ่งวัดด้วย “ดัชนี VIX” (VIX = ดัชนีที่ใช้เป็นตัวแทนความกลัว/ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ขยับขึ้นมา 15.2 จาก 14 เดือนก่อน ขณะที่นักเทรดชั่งน้ำหนักระหว่างพื้นฐานบริษัทที่ยังดี กับการลดดอกเบี้ยที่อาจมาช้าลง สิ่งนี้ชวนให้พิจารณากลยุทธ์ที่เน้นหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุ (materials = กลุ่มเหมือง วัตถุดิบ เคมีภัณฑ์) ซึ่งได้ประโยชน์ตรงจากกิจกรรมการผลิต มากกว่าหุ้นเติบโตที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย (rate-sensitive growth stocks = หุ้นที่มูลค่าพึ่งดอกเบี้ยต่ำ เช่น เทคโตแรง) ผลต่อสินค้าโภคภัณฑ์เป็นบวก (bullish = มุมมองว่ามีโอกาสขึ้น) โดยเฉพาะโลหะอุตสาหกรรมและพลังงาน ราคาทองแดงกำลังทดสอบ “แนวต้าน” (resistance level = ระดับราคาที่มักผ่านยากเพราะมีแรงขาย) ที่ 4.50 ดอลลาร์/ปอนด์ ข้อมูลการผลิตนี้เป็นแรงหนุนด้านพื้นฐาน (fundamental support = ปัจจัยเศรษฐกิจจริงช่วยหนุนราคา) ต่อโอกาส “ทะลุขึ้น” (breakout = ราคาทะลุแนวต้านสำคัญ) นักเทรดอาจเพิ่มสถานะซื้อ (long positions = ถือฝั่งคาดว่าราคาขึ้น) ในสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ (crude oil futures = สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาน้ำมันดิบ) เพราะคาดว่าความต้องการเพิ่มขึ้น หลังสถิติรัฐบาลล่าสุดชี้ว่า “ปริมาณน้ำมันที่ส่งเข้าโรงกลั่น” (refinery inputs = ปริมาณน้ำมันดิบที่โรงกลั่นนำไปกลั่น) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ โดยรวม การตอบสนองระยะสั้นคือ ลดการถือสินทรัพย์ที่อ่อนไหวมากต่อการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ และจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ CPI เดือนกุมภาพันธ์อย่างใกล้ชิด (CPI = ดัชนีราคาผู้บริโภค) เพราะถ้าออกมาร้อนแรงกว่าคาดและสูงกว่าแนวโน้ม 3.1% ล่าสุด จะยิ่งตอกย้ำท่าที “เข้มงวด” ของเฟด (hawkish = เน้นคุมเงินเฟ้อ ไม่รีบลดดอกเบี้ย) ดังนั้น การวางตำแหน่งเพื่อรับเศรษฐกิจที่ยังแข็งผ่านออปชัน “คอล” (calls = ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ในกลุ่มอุตสาหกรรม หรือผ่านสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมป้องกันความเสี่ยงจากดอกเบี้ยที่ยังสูง ดูเป็นแนวทางที่รอบคอบPositioning And Key Watchpoints
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets