โฟกัสการตัดสินใจของเฟดและอีซีบี
ตลาดจับตาการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ในวันพุธ และธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank หรือ ECB: ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศยูโรโซน) ในวันพฤหัสบดี โดยทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เฟดคาดว่าจะคงดอกเบี้ย เพราะการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันที่เชื่อมโยงกับช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ) ทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้นจากระดับเดิม ข้อมูลจาก CME FedWatch (เครื่องมือที่ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการขึ้น/ลงดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) บ่งชี้ว่าตลาดคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยตลอดการประชุมอีก 4 ครั้ง ECB ก็ถูกคาดว่าจะคงดอกเบี้ยเช่นกัน โดยแรงกดดันด้านราคายังอยู่ใกล้เป้าหมาย 2% ต่อเนื่องสภาพเศรษฐกิจโดยรวมเปลี่ยนไป
ความรู้สึกแบบ risk-off ผ่อนคลายลง และความขัดแย้งที่เคยดันน้ำมันเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลก) ขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปลายปี 2025 ก็เบาลง เช้านี้ เบรนท์ซื้อขายใกล้ 85 ดอลลาร์ ทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลงมาก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฟดยังคงดอกเบี้ยอยู่ก่อนหน้านี้ ภาพรวมจึงเปลี่ยนจากที่คาดไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เมื่อความเสี่ยงจากน้ำมันลดลง โฟกัสกลับไปที่ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดสินค้าที่ผันผวนมาก เช่น อาหารและพลังงาน ออก เพื่อดูแนวโน้มจริง) ซึ่งลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ในรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐล่าสุด (CPI: ดัชนีวัดระดับราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคจ่าย) ทำให้มุมมองตลาดเปลี่ยนไป โดย CME FedWatch Tool ชี้ว่ามีโอกาสเกือบ 70% ที่เฟดจะ “ลดดอกเบี้ย” ภายในกรกฎาคม 2026 ขณะเดียวกัน ECB เผชิญปัญหาต่างกัน เพราะข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนโตช้าลงเหลือเพียง 0.4% ต่อปี แม้เงินเฟ้อคงที่ที่ 2.3% แต่การเติบโตที่อ่อนแอทำให้ ECB ถูกกดดันให้พิจารณาลดดอกเบี้ยเร็วกว่าเฟด ความต่างของทิศทางนโยบายนี้ (policy divergence: ธนาคารกลางสองแห่งใช้นโยบายต่างกัน) เป็นประเด็นสำคัญต่อไป สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริงของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets