เส้นทางดอกเบี้ยของ RBNZ เป็นจุดสนใจ
ตลาดกำลังประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้น “การคาดการณ์ของตลาด” (Pricing implies: การสะท้อนความคาดหวังผ่านราคาในตลาดการเงิน) บ่งชี้ว่าอาจขึ้น 25 เบซิสพอยต์ในเดือนกันยายน (basis point: หน่วย 0.01% ดังนั้น 25 เบซิสพอยต์ = 0.25%) และมีความน่าจะเป็นมากกว่า 70% ที่จะขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม ดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเมื่อความกังวลความเสี่ยงลดลง หลังมีรายงานว่าสหรัฐอาจจัดตั้ง “พันธมิตร” (coalition: กลุ่มประเทศที่ร่วมมือกัน) เพื่อคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ Chris Wright กล่าวว่า ความขัดแย้งสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านอาจยุติได้ภายใน “ไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” ซึ่งอาจช่วยให้การส่งออก/การผลิตน้ำมันดีขึ้นและทำให้ราคาพลังงานลดลงอุปสงค์จากจีน และปัจจัยขับเคลื่อน USD
แรงหนุนจากจีนอ่อนกว่าที่คาดไว้ ข้อมูลล่าสุด Caixin Manufacturing PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต: ตัวชี้วัดภาคโรงงาน ค่าเหนือ 50 หมายถึงขยายตัว) เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 50.9 สื่อว่าขยายตัวเพียงเล็กน้อยและยังสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทำให้ NZD พึ่งพาอุปสงค์แกร่งจากคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดเพื่อดันค่าเงินขึ้นได้ยาก อีกด้านหนึ่ง ทิศทางดอลลาร์สหรัฐเป็นปัจจัยหลัก โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ส่งสัญญาณอาจลดดอกเบี้ยตั้งแต่กลางปี เครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือประเมินความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) แสดงความน่าจะเป็นมากกว่า 65% ที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม ซึ่งจำกัดโอกาสที่ USD จะแข็งค่ามาก “แรงดึงกัน” ระหว่าง NZD ที่อ่อนและ USD ที่อาจอ่อนลง บ่งชี้ว่าการใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อซื้อความผันผวน เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งซื้อและขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจเป็นแนวทางที่เหมาะในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets