ผลกระทบต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ BoE
ประเด็นสำคัญคือผลต่อการตัดสินใจ “อัตราดอกเบี้ย” ของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) โดยข้อมูลล่าสุดจาก ONS (Office for National Statistics: สำนักงานสถิติของรัฐ) ระบุว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดรายการผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงานออกเพื่อดูแนวโน้มจริง) ยังลดลงยากและคงอยู่ที่ 3.2% ความแข็งแรงของตลาดที่อยู่อาศัยจึงกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม ทำให้ BoE น่าจะลังเลมากขึ้นที่จะส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ย” ตามที่ตลาดเคยคาดไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี ดังนั้นควรปรับการถือครองใน “ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น” (short-term interest rate futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อิงอัตราดอกเบี้ยในอนาคต) ตลาดคาดอย่างน้อยสองครั้งของการลดดอกเบี้ย แต่ข้อมูลนี้ทำให้มุมมองนั้นสั่นคลอน ควรพิจารณาขายฟิวเจอร์ส SONIA เดือนธันวาคม (SONIA futures: ฟิวเจอร์สที่อิงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืนของปอนด์) เพราะราคาจะลดลงหากตลาดปรับคาดการณ์ไปสู่เส้นทางดอกเบี้ยที่ “สูงและนานกว่าเดิม” (higher-for-longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงนานกว่าที่เคยคิด) การเปลี่ยนคาดการณ์ดอกเบี้ยนี้ยังช่วยหนุนเงินปอนด์อังกฤษ “tailwind” (แรงหนุน) เพราะ BoE ที่ “เข้มงวดด้านเงินเฟ้อมากขึ้น” (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูงเพื่อลดเงินเฟ้อ) ทำให้สกุลเงินน่าถือมากขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศที่ยังคาดว่าจะลดดอกเบี้ยชัดเจน ควรพิจารณาสร้างสถานะซื้อ (long positions: ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ใน GBP/USD โดยอาจใช้ “ออปชันคอล” (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาที่กำหนด ใช้จำกัดความเสี่ยง) เพื่อกำหนดความเสี่ยงให้ชัดเจน สำหรับ FTSE 100 ภาพซับซ้อนกว่า เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของบริษัท อย่างไรก็ตาม กลุ่มอย่างผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและธนาคารอาจได้แรงหนุนระยะสั้นจากข่าวนี้ ควรระมัดระวังกับดัชนีโดยรวม แต่สามารถพิจารณาการเทรดแบบ “มูลค่าเทียบกัน” (relative value trades: เทรดเปรียบเทียบระหว่างสินทรัพย์/กลุ่ม เพื่อเก็งว่าตัวหนึ่งจะดีกว่าอีกตัว) ระหว่างกลุ่มที่เด่นกับตลาดโดยรวมโอกาสรายกลุ่มอุตสาหกรรมและการจัดวางความเสี่ยง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets