การหดตัวของภาคบริการส่งสัญญาณอ่อนแอลามไปทั้งเศรษฐกิจ
การที่ดัชนีภาคบริการลดลงมาอยู่ที่ 48 ชี้ว่าเศรษฐกิจนิวซีแลนด์กำลังหดตัว ซึ่งต่างจากภาพช่วงต้นปี ตัวเลขนี้ทำให้ธนาคารกลางตัดสินใจยากขึ้น เพราะ “เงินเฟ้อ” (ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) ยังสูงที่ 4.1% จากข้อมูลรายไตรมาสล่าสุด ธนาคารกลางจึงอยู่ระหว่างหน้าที่ในการกดเงินเฟ้อ กับความจำเป็นต้องพยุงเศรษฐกิจที่อ่อนแรง เรามองว่าตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นว่าอาจมีโอกาส “ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (ดอกเบี้ยหลักของประเทศ) ภายหลังในปีนี้ แม้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จะยังยืนกรานแนวทางเดิม โดย “อัตราว่างงาน” (สัดส่วนคนหางานแต่ยังไม่มีงาน) ล่าสุดขยับขึ้นเป็น 4.2% ทำให้เหตุผลในการคงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.5% อ่อนลงเรื่อย ๆ และต่างจากช่วงปี 2025 ที่ตลาดถกกันเรื่องโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” มากกว่า มุมมองเศรษฐกิจที่อ่อนลงนี้น่าจะกดดันค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่าการ “เปิดสถานะขาย” (short) ค่าเงินกีวีเทียบดอลลาร์สหรัฐมีเหตุผล เพราะเศรษฐกิจสหรัฐยังดูแข็งแรงกว่า หากย้อนดูช่วงเศรษฐกิจซบปี 2020 ค่าเงิน NZD มักทำผลงานแย่เมื่อ RBNZ เปลี่ยนท่าทีไปทางการลดดอกเบี้ย การหดตัวของภาคบริการซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าสองในสามของเศรษฐกิจ เป็นสัญญาณลบต่อ “กำไรบริษัท” และดัชนี NZX 50 (ดัชนีหุ้นบริษัทใหญ่ 50 อันดับแรกของนิวซีแลนด์) เราจะพิจารณาซื้อ “พุตออปชัน” (สัญญาออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรขาลง) บนดัชนีเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรจากโอกาสที่ตลาดจะปรับลง บริษัทที่พึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศจะเสี่ยงมากเป็นพิเศษ ในท้ายที่สุด ข้อมูลที่โตช้าลงแต่เงินเฟ้อยังสูง มักทำให้ “ความผันผวนของตลาด” (ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) เพิ่มขึ้น ความไม่แน่ใจเรื่องนโยบายถัดไปของ RBNZ จึงอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้เทรดที่ใช้ “กลยุทธ์ออปชัน” (การใช้สัญญาออปชันเพื่อวางแผนทำกำไรหรือคุมความเสี่ยง) การเตรียมรับมือกับการแกว่งของราคาที่ใหญ่ขึ้น มากกว่าการเดาทิศทางเดียว อาจเหมาะกว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าความผันผวนและความไม่แน่นอนด้านนโยบาย
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets