This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ โจมตีฐานที่มั่นทางทหารบนเกาะคาร์ก พร้อมเตือนว่าโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านอาจตกเป็นเป้าหมาย หากยังคงมีการก่อกวนต่อไป

by VT Markets
/
Mar 14, 2026
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารที่เกาะคาร์ก (Kharg Island) ในอ่าวเปอร์เซีย และเตือนว่าอาจโจมตีแหล่งน้ำมันเป็นเป้าหมายถัดไป หากอิหร่านยังคงขัดขวางการไหลเวียนพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือแคบ ๆ ที่เรือบรรทุกน้ำมันผ่านจำนวนมาก) เขาอธิบายปฏิบัติการนี้ว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทิ้งระเบิดที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง และย้ำว่ากองกำลังสหรัฐฯ ไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน (เช่น ท่อส่ง คลังเก็บ โรงกลั่น) เกาะคาร์กรับหน้าที่จัดการน้ำมันดิบส่งออกของอิหร่านแทบทั้งหมด และก่อนหน้านี้สหรัฐฯ และอิสราเอลมักหลีกเลี่ยงการโจมตีพื้นที่นี้ รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์เคยหารือเรื่อง “ยึดเกาะ” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เป็นไปได้

ภัยคุกคามการตอบโต้ของอิหร่าน

อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ทรัพย์สินด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ กองบัญชาการกลางอัล-อันบิยา (Al-Anbiya Central Headquarters: หน่วยบัญชาการของอิหร่าน) กล่าวว่า หากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี สถานที่ผลิตหรือส่งพลังงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ จะถูก “ทำลายทันทีจนไม่เหลือซาก” กระทรวงกลาโหมกาตาร์ระบุว่ากองกำลังของตนสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่มุ่งเป้าประเทศได้ สำนักข่าว AFP รายงาน ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคซึ่งยืดเยื้อมาสองสัปดาห์ตึงเครียดขึ้น WTI คือ West Texas Intermediate หรือ “น้ำมันดิบอ้างอิง” (benchmark: ราคามาตรฐานที่ตลาดใช้เทียบ) ชนิดหนึ่งของโลก ร่วมกับ Brent และ Dubai เป็นน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ชนิดเบา (light: ความหนืดต่ำ) และกำมะถันต่ำ (sweet: มีกำมะถันน้อย) กระจายส่งผ่านศูนย์กลางคุชชิง (Cushing hub: จุดรับมอบ/จุดศูนย์กลางท่อและคลังเก็บน้ำมันในสหรัฐฯ) ราคาของ WTI ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน (ความต้องการซื้อและปริมาณขาย), ความเสี่ยงทางการเมืองที่กระทบการขนส่ง, การตัดสินใจของ OPEC (โอเปก: กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน), และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของ API และ EIA สามารถทำให้ราคาผันผวนได้ โดย API (American Petroleum Institute: สถาบันด้านอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ทำรายงานสต็อกโดยอิงข้อมูลจากเอกชน) จะออกวันอังคาร และ EIA (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ) จะออกวันถัดไป ผลของรายงานทั้งสองต่างกันไม่เกิน 1% ประมาณ 75% ของเวลา OPEC มีสมาชิก 12 ประเทศและประชุมปีละสองครั้ง ส่วน OPEC+ คือกลุ่มที่รวมประเทศนอกโอเปกเพิ่ม (ประเทศนอก OPEC) ราว 10 ประเทศ รวมถึงรัสเซีย

ผลกระทบต่อตลาดและแนวทางการเทรด

หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์ก ควรคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งแรงเมื่อเปิดตลาด กลยุทธ์ระยะสั้นคือวางตำแหน่งเพื่อรับโอกาสด้านขึ้น โดยเน้นซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ของ WTI และ Brent หรือเข้าซื้อสัญญาฟิวเจอร์ส (futures contracts: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกมัดให้ซื้อ/ขายในอนาคต) การปะทะทางทหารที่จุดส่งออกสำคัญเช่นนี้สะท้อนการยกระดับที่รุนแรง และมีแนวโน้มทำให้ตลาดเพิ่ม “ส่วนชดเชยความเสี่ยง” (risk premium: ราคาที่บวกเพิ่มเพราะกลัวเหตุการณ์เสี่ยง) ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีปริมาณน้ำมันมากกว่าหนึ่งในห้าของการใช้น้ำมันโลกต่อวันผ่านอยู่ กลายเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทางทหารโดยตรง การขู่ตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ทำให้อุปทานส่วนใหญ่เสี่ยงทันที หากมีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหรือสถานที่ผลิต/ส่งน้ำมันจริงในภูมิภาค จะกระทบตลาดอย่างรุนแรงและดันราคาให้สูงขึ้นมาก คาดว่าความผันผวนของตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และจะสะท้อนในราคาออปชัน (options pricing: ราคาที่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิในออปชัน) ดัชนีความผันผวนของน้ำมันดิบ CBOE (OVX: CBOE Crude Oil Volatility Index หรือดัชนีวัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ซึ่งสัปดาห์ก่อนอยู่แถว 40 มีโอกาสกระโดดขึ้นแรง และอาจทดสอบระดับสูงที่ไม่เห็นมาตั้งแต่วิกฤตพลังงานปี 2022 การซื้อคอลออปชันช่วยให้ได้ประโยชน์ทั้งจากราคาน้ำมันที่ขึ้น และจากความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) สถานการณ์นี้คล้ายเหตุการณ์ในอดีต เช่น ช่วงต้นของสงครามยูเครนปี 2022 ที่ทำให้ WTI พุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อความขัดแย้งครั้งใหม่พุ่งตรงไปที่โครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน การกลับไปใกล้ระดับสูงเดิมในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจึงเป็นไปได้ ผู้เทรดควรใช้เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นแนวทางคร่าว ๆ ในการตั้งเป้าหมายราคา อีกแนวคิดที่ควรจับตาคือส่วนต่างราคา Brent-WTI (spread: ส่วนต่างระหว่างราคาสองสินค้า) เพราะ Brent เสี่ยงต่อการสะดุดของอุปทานตะวันออกกลางโดยตรงมากกว่า ณ ต้นเดือนมีนาคม 2026 ส่วนต่างอยู่เพียง 4 ดอลลาร์ แต่มีโอกาสขยายกว้างขึ้นมากเมื่อความเสี่ยงอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย การเปิดสถานะฝั่งซื้อ (long: ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ในฟิวเจอร์ส Brent พร้อมกับเปิดสถานะฝั่งขาย (short: ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) ในฟิวเจอร์ส WTI อาจเก็บกำไรจากการแยกตัวของราคานี้ได้ ควรติดตามการตอบสนองของ OPEC+ ด้วย ซึ่งคาดว่ามีกำลังการผลิตสำรองประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (spare capacity: ปริมาณที่สามารถเพิ่มผลิตได้หากจำเป็น) แม้ในทางทฤษฎีจะช่วยลดแรงกระแทกจากการขาดอุปทานได้ แต่การเพิ่มกำลังผลิตต้องใช้เวลา และอาจไม่พอทำให้ตลาดที่เผชิญวิกฤตทหารหนัก ๆ สงบลง รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จาก EIA จะสำคัญมาก เพราะหากสต็อกลดลงเกินคาด (drawdowns: ปริมาณคงคลังลด) จะยิ่งหนุนให้ราคาปรับขึ้นต่อ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code