สัญญาณจากการวางสถานะเพื่อเก็งกำไร
ตัวเลขล่าสุดชี้ว่า “นักเก็งกำไรรายใหญ่ (large speculators)” เพิ่ม “สถานะสุทธิฝั่งมองขึ้น (net bullish bets)” ในทองคำเป็น 163,100 สัญญา ซึ่งสื่อว่าความเชื่อว่าราคาทองจะขึ้นในระยะใกล้เพิ่มขึ้น เรามองว่านี่เป็นผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความคาดหวังเกี่ยวกับธนาคารกลางที่เปลี่ยนไป (สุทธิ = หักลบฝั่งซื้อกับฝั่งขายแล้วเหลือเท่าไร / มองขึ้น = คิดว่าราคาจะขึ้น) รายงาน CPI เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.4% ทำให้ตลาดกังวล เพราะก่อนหน้านี้ตลาดคิดว่าเงินเฟ้อจะลดลงเร็วกว่าเดิม ไม่นานหลังจากนั้น รายงาน “บันทึกการประชุมเฟด (Fed minutes)” ส่งสัญญาณว่าอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยไปไตรมาส 3 จากเดิมที่เคยมีท่าทีผ่อนคลายกว่าเดิม สถานการณ์นี้ทำให้เงินไหลไปหา “สินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย (non-yielding assets)” อย่างทองคำ เพื่อใช้เป็น “เครื่องป้องกันความเสี่ยง (hedge)” (CPI = ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ / Fed minutes = บันทึกรายละเอียดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ / ลดดอกเบี้ย = ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมลดลง / ไม่ให้ดอกเบี้ย = ถือแล้วไม่ได้ดอกเบี้ยเหมือนฝากเงินหรือพันธบัตร / hedge = ถือเพื่อกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่แน่นอน) เพิ่มความไม่แน่นอนอีกด้าน คือข้อพิพาทการค้ากลับมารุนแรงเกี่ยวกับการส่งออก “ชิปกึ่งตัวนำ (semiconductor)” ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ความตึงเครียดนี้ทำให้กังวลเรื่อง “ห่วงโซ่อุปทาน (supply chain)” สะดุด และเศรษฐกิจโลกชะลอลง (ชิปกึ่งตัวนำ = ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญในคอมพิวเตอร์/มือถือ/รถยนต์ / supply chain = กระบวนการผลิต-ขนส่ง-ส่งมอบสินค้า) เทรดเดอร์ควรพิจารณาวางแผนรับโอกาสที่ราคาอาจมุ่งไปแถว 2,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การซื้อ “คอลออปชัน (call options)” หรือทำ “สเปรดคอลฝั่งขาขึ้น (bull call spreads)” ช่วยจำกัดความเสี่ยงไว้ชัดเจนและลุ้นกำไรจากการขึ้นของราคาได้ “ความผันผวนโดยนัย (implied volatility)” ขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ หมายความว่าราคาออปชันยังไม่แพงเกินไป (call option = สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด / bull call spread = ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาเป้าสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไรสูงสุด / implied volatility = ค่าคาดการณ์ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน)ระดับสำคัญและความเสี่ยงของการเทรด
ต้องจับตา “แนวต้าน (resistance)” สำคัญที่ 2,150 ดอลลาร์ ซึ่งเคยหยุดการขึ้นของราคาในเดือนมกราคม 2026 หากราคาไม่สามารถทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจบอกได้ว่าแรงซื้อจากกองทุนรอบนี้ยังไม่มากพอที่จะทำให้เกิดแนวโน้มใหม่ที่ชัดเจน (แนวต้าน = ระดับราคาที่มักมีแรงขายมาก ทำให้ขึ้นต่อได้ยาก / ยืนเหนือ = ปิดหรือแกว่งอยู่เหนือระดับนั้นได้ต่อเนื่อง) สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง (live) และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets