ข้อมูลเดือนมกราคมบ่งชี้การชะลอตัวตั้งแต่ช่วงต้น
ตัวเลขการผลิตภาคการผลิตเดือนมกราคมที่ออกมาต่ำกว่าคาด อยู่ที่ 0.1% ทำให้ภาพรวมไตรมาสแรกของปี 2026 ดูระมัดระวังมากขึ้น แม้จะเป็นข้อมูลย้อนหลัง แต่เป็นสัญญาณแรกของการชะลอตัวที่ตัวเลขหลังจากนั้นยืนยันแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นของ PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ: แบบสำรวจที่ใช้บอกทิศทางภาคธุรกิจ โดยต่ำกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมหดตัว) เดือนกุมภาพันธ์ก็ลดลงมาอยู่ที่ 47.1 ยิ่งตอกย้ำว่าภาคอุตสาหกรรมยังอ่อนแรง ความอ่อนแอต่อเนื่องนี้เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางอังกฤษพิจารณาท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น (dovish: เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ลดดอกเบี้ย) ในการประชุมที่จะมาถึง ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ภายในไตรมาส 3 มากขึ้น ซึ่งต่างจากแนวคิด “ดอกเบี้ยสูงอยู่นาน” (higher for longer: คงดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน) ที่เห็นปลายปี 2025 สถานการณ์นี้คล้ายการเปลี่ยนนโยบาย (policy pivot: การ “หัน” ทิศทางนโยบายการเงิน) ช่วงปลายปี 2024 เมื่อความกังวลเรื่องการเติบโตเริ่มสำคัญกว่าความกลัวเงินเฟ้อ ดังนั้นเรามองกลยุทธ์ที่เป็นลบต่อเงินปอนด์อังกฤษ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาด “คาด” จากราคาสัญญาออปชัน) ของออปชันคู่เงิน GBP/USD (ออปชัน: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายเงินตราที่ราคาในอนาคต) ขยับสูงขึ้น เพราะนักเทรดคาดว่ามีโอกาสลงต่อ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงแล้ว 1.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับดัชนี FTSE 100 (ดัชนีหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 100 แห่งในตลาดลอนดอน) มุมมองยังหลากหลาย ทำให้เกิดโอกาสทำดีลแบบเทียบมูลค่า (relative value trades: ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งเพื่อเล่น “ส่วนต่าง” ระหว่างกัน) เงินปอนด์ที่อ่อนค่าช่วยบริษัทใหญ่ที่มีรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 75% ของรายได้รวมของดัชนี แต่บริษัทที่พึ่งพาตลาดในประเทศใน FTSE 250 (ดัชนีหุ้นขนาดกลาง) มีแนวโน้มทำผลงานแย่กว่า เพราะความต้องการซื้อของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรยังซบเซา
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets