ความผันผวนของเงินหยวนยังอยู่ในกรอบ
BNY คาดว่า “การดูแลค่าเงินโดยภาครัฐ (official management)” จะช่วยกด “ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง (realised volatility)” ให้อยู่ในระดับต่ำ (คือความผันผวนที่วัดจากการเคลื่อนไหวของราคาจริงในอดีต) อีกทั้งระบุว่า ในระยะใกล้ “ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล (current-account surpluses)” ทั่วเอเชีย-แปซิฟิกมีความเสี่ยงจาก “คอขวดด้านพลังงาน (energy bottlenecks)” (คือพลังงานขาดแคลน/ส่งมอบติดขัด) ขณะที่จีนได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศอื่นในเอเชียเหนือและเอเชียตะวันออก ระยะยาว BNY คาดว่าจะมีการปรับสัดส่วนอย่างค่อยเป็นค่อยไปไปยัง “พันธบัตรจีน” และ “หุ้นจีน” หากการเข้าถึงตลาดดีขึ้นและการปฏิรูปตลาดทุนเดินหน้าต่อ พร้อมเสริมว่า การถือครองสินทรัพย์จีนโดยต่างชาติยังน้อยมากเมื่อเทียบกับการถือครองสินทรัพย์สหรัฐ ดังนั้นแม้ความสนใจในจีนเพิ่มขึ้น ก็ไม่น่าจะทำให้การจัดพอร์ตโดยรวมที่เน้นสหรัฐเปลี่ยนมากนัก เราเห็นแรงซื้อเงินหยวนจีนเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด และไม่ได้มาจากการปิดสถานะป้องกันความเสี่ยงเดิมอย่างเดียว โดย “คู่เงิน USD/CNY” (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อหยวนจีน) ยังทรงตัวต่ำกว่า 7.20 ทำให้ดูเหมือนว่า “สถานะที่ป้องกันความเสี่ยงไม่พอ (under-hedged positions)” ที่สะสมในช่วงปลายปี 2025 ได้ถูกเคลียร์ไปแล้ว สิ่งนี้ช่วยสร้างฐานรองรับค่าเงินในระยะต่อไป การดูแลค่าเงินอย่างเป็นทางการของจีนช่วยจำกัดการแกว่งแรง ทำให้ความผันผวนต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมโลกตอนนี้ โดย “ความผันผวนโดยนัย 1 เดือน (one-month implied volatility)” ของ USD/CNY (ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคา “ออปชัน (options)” หรือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) อยู่แถว 4.8% ลดลงมากจากจุดสูงช่วงปลายปีก่อน ภาพรวมนี้ทำให้การ “ขายความผันผวน (selling volatility)” น่าสนใจสำหรับผู้ที่คาดว่าความนิ่งจะต่อเนื่อง เช่นกลยุทธ์ “ชอร์ตสแตรงเกิล (short strangle)” (ขายคอลและพุทออปชันพร้อมกันคนละราคา เพื่อรับค่าเบี้ยประกัน โดยหวังว่าราคาจะไม่แกว่งแรง)กระแสเงินทุนช่วยหนุนเงินหยวน
เรายังเห็นเงินทุนไหลกลับเข้าสินทรัพย์จีนแบบค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง โดยยืนยันได้จากเงินเกือบ 12,000 ล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าตลาดพันธบัตรของประเทศเมื่อเดือนที่แล้ว แม้ “การจัดสรรพอร์ต (portfolio allocations)” เหล่านี้ยังเล็กเมื่อเทียบกับสินทรัพย์สหรัฐ แต่ก็สร้างอุปสงค์ต่อเงินหยวนอย่างสม่ำเสมอ ช่วยหนุนมุมมองที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินที่ทรงตัวหรือค่อย ๆ แข็งขึ้น เมื่อมองย้อนกลับไปปลายปี 2025 ผู้เล่นจำนวนมากวางตำแหน่งไว้ว่าเงินหยวนจะอ่อนลงจากความกังวลการค้าโลก ด้วยระดับการป้องกันความเสี่ยงที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1 ปีมาก จึงยังมีช่องให้บริษัทและนักลงทุนเพิ่มการถือเงินหยวนได้อีกมาก สิ่งนี้บอกว่า การซื้อ “คอลออปชัน (call options)” บนเงินหยวน (สิทธิในการซื้อในอนาคต) อาจเป็นวิธีต้นทุนต่ำเพื่อรับโอกาสจากการเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงในภายหลัง จีนได้รับผลกระทบน้อยจากคอขวดด้านพลังงานที่กระทบประเทศรอบข้างในเอเชียเหนือและเอเชียตะวันออกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยังเป็นปัจจัยบวก ข้อมูลล่าสุด “Caixin Manufacturing PMI” (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ใช้ชี้ทิศทางเศรษฐกิจ โดยมากกว่า 50 มักหมายถึงขยายตัว) ที่แสดงการขยายตัวเล็กน้อย ยิ่งสนับสนุนมุมมองว่าเศรษฐกิจยังทนทาน สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์ (derivatives)” (สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) การถือ “สถานะซื้อเงินหยวน (long yuan positions)” อาจใช้เป็นเครื่องมือกันความเสี่ยง หากสกุลเงินเอเชียอื่นกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets